การส่งเสริมคุณภาพชีวิต

1. ผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้าป้องกันโรคโควิด-19

ตามที่ สภากาชาดไทยได้ดำเนินโครงการสภากาชาดไทยร่วมใจป้องกันภัย COVID-19 ด้วยหน้ากากอนามัยแบบผ้า กรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด กิ่งกาชาดอำเภอ ตลอดจนจิตอาสาสภากาชาดไทยในจังหวัดที่มีความรู้ในการตัดเย็บผ้า พร้อมใจช่วยระดมสรรพกำลังผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้าสภากาชาดไทยที่ทำจากผ้าฝ้ายมัสลินที่สามารถซักและนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายครั้ง แจกจ่ายให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่สามารถจัดหาหน้ากากอนามัยได้ และมอบให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อใช้ป้องกันโรคระหว่างปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย  นอกจากนี้ สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย โดยความร่วมมือของ ชมรมอาสายุวกาชาด ร่วมกับกระทรวงแรงงาน และจิตอาสาจากทั่วประเทศ กว่า 102 แห่ง ตัดเย็บหน้ากากอนามัยแบบผ้าสภากาชาดไทย เพื่อส่งมอบให้แก่สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ นำไปให้สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย ทั้งนี้ อาสายุวกาชาดได้ลงพื้นที่มอบหน้ากากอนามัยแบบผ้าให้แก่ประชาชนใน 5 เขตกรุงเทพมหานคร  ได้แก่ เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสีลม เขตพญาไท และเขตราชเทวี เพื่อใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สอดคล้องตามยุทธศาสตร์สภากาชาดไทย พ.ศ.2560-2564 ในหัวข้อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนาระบบอาสาสมัครแบบบูรณาการ  และคณะอาสากาชาดได้นำผ้าโขมพัตร์สีม่วงดอกขาวสวยงามมาผลิตและตัดเย็บเป็นหน้ากากอนามัยแบบผ้า​รักษ์เรารักษ์โลก เพื่อนำไปมอบให้กับพระสงฆ์ ประชาชนทั่วไป อาสากาชาด และ หน่วยงานต่าง ๆ

การส่งเสริมคุณภาพชีวิต

1. ผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้าป้องกันโรคโควิด-19

ตามที่ สภากาชาดไทยได้ดำเนินโครงการสภากาชาดไทยร่วมใจป้องกันภัย COVID-19 ด้วยหน้ากากอนามัยแบบผ้า กรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด กิ่งกาชาดอำเภอ ตลอดจนจิตอาสาสภากาชาดไทยในจังหวัดที่มีความรู้ในการตัดเย็บผ้า พร้อมใจช่วยระดมสรรพกำลังผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้าสภากาชาดไทยที่ทำจากผ้าฝ้ายมัสลินที่สามารถซักและนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายครั้ง แจกจ่ายให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่สามารถจัดหาหน้ากากอนามัยได้ และมอบให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อใช้ป้องกันโรคระหว่างปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย  นอกจากนี้ สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย โดยความร่วมมือของ ชมรมอาสายุวกาชาด ร่วมกับกระทรวงแรงงาน และจิตอาสาจากทั่วประเทศ กว่า 102 แห่ง ตัดเย็บหน้ากากอนามัยแบบผ้าสภากาชาดไทย เพื่อส่งมอบให้แก่สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ นำไปให้สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย ทั้งนี้ อาสายุวกาชาดได้ลงพื้นที่มอบหน้ากากอนามัยแบบผ้าให้แก่ประชาชนใน 5 เขตกรุงเทพมหานคร  ได้แก่ เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสีลม เขตพญาไท และเขตราชเทวี เพื่อใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สอดคล้องตามยุทธศาสตร์สภากาชาดไทย พ.ศ.2560-2564 ในหัวข้อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนาระบบอาสาสมัครแบบบูรณาการ  และคณะอาสากาชาดได้นำผ้าโขมพัตร์สีม่วงดอกขาวสวยงามมาผลิตและตัดเย็บเป็นหน้ากากอนามัยแบบผ้า​รักษ์เรารักษ์โลก เพื่อนำไปมอบให้กับพระสงฆ์ ประชาชนทั่วไป อาสากาชาด และ หน่วยงานต่าง ๆ

2. รณรงค์และจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ทางสื่อออนไลน์

ในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ.2563 เจ้าหน้าที่และอาสากาชาด ร่วมกันถ่ายภาพพร้อมนำเสนอข้อความ “Stay Home Stay Safe” ตามการรณรงค์จากสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) และเผยแพร่กิจกรรมดังกล่าวบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยด้วยการอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ สำนักงานอาสากาชาดและสำนักงานยุวกาชาด ยังจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ เพื่อสร้างความเข้าใจ ส่งเสริมการสร้างทัศนคติ ความคิด และค่านิยมเชิงบวกให้แก่ประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 อีกด้วย

3. จัดกิจกรรม “อาสาพาพิชิต โควิด-19”

อาสายุวกาชาดรวมพลังจัดกิจกรรม “อาสาพาพิชิต โควิด-19” ให้แก่ประชาชนชุมชนวัดมะกอกกลางสวน ชุมชนสุขสวัสดิ์ ชุมชนวัดมะกอกส่วนหน้า และชุมชนอาเซียน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างชุมชนเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อโควิด – 19 และปรับปรุงพัฒนาพื้นที่สาธารณประโยชน์ของชุมชน ตลอดจนฟื้นฟูและเสริมสร้างกำลังใจให้กับประชาชนในชุมชน

4. อาสายุวกาชาดร่วมกันบริจาคโลหิต เนื่องจากภาวะวิกฤตโลหิตขาดแคลนโลหิตในช่วงโควิด-19

อาสายุวกาชาดจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมพลังบริจาคโลหิต เป็นประจำทุกเดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม – เดือนธันวาคม 2564 เนื่องจากภาวะวิกฤตโลหิตขาดแคลนโลหิตในช่วงโควิด-19 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั้ง 12 แห่ง และโรงพยาบาลประจำจังหวัด

5. ปฏิบัติหน้าที่ด้านจิตอาสาในการให้ความช่วยเหลืองานบริการข้อมูลทางโทรศัพท์ (โทร.1664)

อาสายุวกาชาด สังกัดสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย ร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้านจิตอาสาในการให้ความช่วยเหลืองานบริการข้อมูลทางโทรศัพท์ (โทร.1664) ในช่วงที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน Work From Home ระหว่างวันที่ 11-31 มกราคม 2564  ณ สำนักสารนิเทศและสื่อสารองค์กร สำนักงานบริหาร สภากาชาดไทย

6. สนับสนุนงบประมาณจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์

เหล่ากาชาดจังหวัดสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์และรักษาพยาบาลให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อนำไปใช้ในการดูแลผู้เจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 รวมทั้ง เหล่ากาชาดจังหวัดเป็นผู้ประสานงานและรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานจากมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ในโครงการคาราวานอาสาร่วมใจสู้ภัยโควิด เพื่อจัดส่งมอบต่อให้กับโรงพยาบาล สถานพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความต้องการและขาดแคลนทั่วประเทศอย่างทั่วถึงและทันเหตุการณ์

7. จัดหาถุงยังชีพหรือชุดธารน้ำใจ

เหล่ากาชาดจังหวัดได้ดำเนินการจัดหาถุงยังชีพหรือชุดธารน้ำใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งชาวไทยและแรงงานข้ามชาติในช่วงที่ถูกกักตัวในที่พักเป็นเวลา 14 วัน หรือกลุ่มประชาชนที่อาศัยในหมู่บ้านที่มีการประกาศปิดหมู่บ้านหรือชุมชนเพื่อป้องกันความเสี่ยง

8. บูรณาการความร่วมมือจัดตั้งครัวพระราชทาน

เหล่ากาชาดจังหวัดร่วมภารกิจจัดตั้ง “ครัวพระราชทาน อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย” ในจังหวัดนราธิวาส จังหวัดเชียงราย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสระแก้ว และกรุงเทพมหานคร เพื่อจัดทำอาหารแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้ยากไร้และยากจน รวมถึงแรงงานข้ามชาติที่ตกงานไม่มีรายได้

แผนการดำเนินงานในอนาคต เพื่อรับมือกับโรค COVID-19 หรือโรคระบาดอื่น ๆ

สำนักงานยุวกาชาดมีแผนการดำเนินงานเพื่อรับมือโควิด – 19 และโรคระบาดอื่น ๆ ในอนาคต โดยใช้ digital transformation เป็น Platform ในการทำงาน ดังนี้

1. การจัดทำหลักสูตร การออกแบบกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ และกระบวนการอบรมให้เหมาะกับการเรียนรู้บน google Classroom ให้น่าสนใจ ในขณะที่ยังคงรักษาเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังสามารถขยายขอบข่ายการอบรมไปถึงเยาวชนได้กว้างมากขึ้น ขณะที่ใช้งบประมาณลดลง โดยการนำบนเรียนขึ้นสู่ออนไลน์ยังสะดวกต่อชุมชนและประชาชนที่สนใจ สามาถเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉิน อีกทั้งรูปแบบการทำกิจกรรมการบำเพ็ญประโยชน์ เน้นกระบวนการสร้างจิตอาสาออนไลน์ที่เหมาะกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในปัจจุบัน กระตุ้นให้เกิดการบำเพ็ญประโยชน์และแบ่งปันผ่านสื่อออนไลน์

2. การจัดกระบวนการทำงานของสำนักงานยุวกาชาด เพื่อให้เกิดความแม่นยำและเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนค่าใช้จ่าย มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ Social Network ไปยังเยาวชนกลุ่มต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตอบสนองต่อภัยหรือเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ให้สามารถปฏิบัติตนให้ถูกต้อง และเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือแก่คนในชุมชน เมื่อเกิดวิกฤตต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที

แผนการดำเนินงานในอนาคต เพื่อรับมือกับโรค COVID-19 หรือโรคระบาดอื่น ๆ

สำนักงานยุวกาชาดมีแผนการดำเนินงานเพื่อรับมือโควิด – 19 และโรคระบาดอื่น ๆ ในอนาคต โดยใช้ digital transformation เป็น Platform ในการทำงาน ดังนี้

1. การจัดทำหลักสูตร การออกแบบกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ และกระบวนการอบรมให้เหมาะกับการเรียนรู้บน google Classroom ให้น่าสนใจ ในขณะที่ยังคงรักษาเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังสามารถขยายขอบข่ายการอบรมไปถึงเยาวชนได้กว้างมากขึ้น ขณะที่ใช้งบประมาณลดลง โดยการนำบนเรียนขึ้นสู่ออนไลน์ยังสะดวกต่อชุมชนและประชาชนที่สนใจ สามาถเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉิน อีกทั้งรูปแบบการทำกิจกรรมการบำเพ็ญประโยชน์ เน้นกระบวนการสร้างจิตอาสาออนไลน์ที่เหมาะกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในปัจจุบัน กระตุ้นให้เกิดการบำเพ็ญประโยชน์และแบ่งปันผ่านสื่อออนไลน์

2. การจัดกระบวนการทำงานของสำนักงานยุวกาชาด เพื่อให้เกิดความแม่นยำและเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนค่าใช้จ่าย มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ Social Network ไปยังเยาวชนกลุ่มต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตอบสนองต่อภัยหรือเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ให้สามารถปฏิบัติตนให้ถูกต้อง และเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือแก่คนในชุมชน เมื่อเกิดวิกฤตต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที

สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด ดำเนินโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเรียนรู้เด็กนักเรียนและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร

ในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2563 และได้มีพระราชกระแสรับสั่งถึงเด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดารและห่างไกล ซึ่งมีปัญหาในด้านการเขียนการอ่านภาษาไทย โดยขอให้หาวิธีการช่วยเหลือเด็กนักเรียนกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการป้องกันและแก้ไข ด้วยการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เช่น ให้ทำงานที่บ้าน (Work from Home) รวมถึงได้สั่งการให้สถานศึกษาทั่วประเทศหยุดการเรียนการสอนไปด้วยเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคืออาจจะมีสถานการณ์กลับมาระบาดของโรคโควิด-19 ได้อีกทุกเมื่อตราบที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดจึงจัดทำ “โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเรียนรู้เด็กนักเรียนและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร” เพื่อเสริมสร้างทักษะในการอ่าน การเขียนภาษาไทย และสร้างบรรยายกาศในการเรียนรู้ให้กับเด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดารและเด็กนักเรียนในพื้นที่ปกติหากจำเป็นต้องหยุดการเรียนการสอน และเพื่อให้ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่ ได้มีส่วนร่วมกิจกรรมและมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ รวมถึงเป็นการผลักดันศักยภาพอาสาสมัครต่าง ๆ ของสภากาชาดไทยให้มีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง

ในปัจจุบัน มีเหล่ากาชาดจังหวัดที่ดำเนินโครงการฯ โดยการประสานกับหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดและผู้มีจิตอาสาในการสอนหรือเครือข่ายสภากาชาดไทยในพื้นที่ เพื่อรับสมัครครูอาสาสอนภาษาไทยไปช่วยสอนเสริมภาษาไทยให้นักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้ อาทิเช่น เหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส เหล่ากาชาดจังหวัดตาก เหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ เหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก เหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี เหล่ากาชาดจังหวัดพะเยา

ประกอบกับเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 องค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ได้มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ที่กำลังเริ่มดำเนินการ ว่า “…อยากให้ช่วยทำคู่มือสำหรับคนรู้หนังสือ แต่ไม่ได้เป็นครูให้รู้วิธีการสอนหนังสือทำอย่างไร เพื่อช่วยโรงเรียนทั่วประเทศที่มีปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ด้วย…” ดังนั้น จึงได้มีการประสานกับหน่วยงานทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำคู่มือดังกล่าวขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริ สำหรับให้ครูอาสาสอนเป็นเครื่องมือในการทำงานลงพื้นที่ช่วยสอนภาษาไทยสำหรับเด็กนักเรียนและเยาวชนทั่วประเทศต่อไป นับเป็นการปฏิบัติงานอีกมิติหนึ่งของเหล่ากาชาดจังหวัดในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าของประเทศในอนาคตต่อไป อีกทั้งจะเป็นการเตรียมความพร้อมหากมีการระบาดของโรคโควิด 19 ในอนาคตจนส่งผลกระทบกับเด็กนักเรียนในสถานศึกษาที่ต้องปิดการเรียนการสอน ซึ่งจะเป็นการสนองแนวพระราชดำริฯ ได้อย่างต่อเนื่อง

"ขอบคุณทุกการให้ที่งดงาม ตลอดระยะเวลา 128 ปี ที่ผ่านมา"

เราจะก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

"ขอบคุณทุกการให้ที่งดงาม ตลอดระยะเวลา 128 ปี ที่ผ่านมา"

เราจะก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน