เรื่องเล่า…จากบรรเทาทุกข์ ตอน ปากแหว่ง-เพดานโหว่ (1/2)
โครงการศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขปากแหว่ง-เพดานโหว่และความพิการอื่น เป็นโครงการที่ตั้งเป้าว่าจะไม่ใช้เงินงบประมาณ แต่จะใช้เงินบริจาคเพื่อการนี้โดยเฉพาะ “ผมทำงานที่สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ มา 20 ปีแล้ว ตอนแรกตั้งใจจะเข้าเป็นอาจารย์ที่หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แต่สุดท้ายก็ได้มาทำที่สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ พอได้มาทำงานจริงก็มีความรู้สึกว่าช่วยคนได้มากในหลายมิติไม่ใช่เฉพาะการผ่าตัดรักษาโรค แต่สามารถขยายบทบาทไปยังโครงการที่ช่วยเหลือผู้ป่วยได้ในระดับประเทศ” “1 ในโครงการของสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ คือโครงการศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขปากแหว่ง-เพดานโหว่และความพิการอื่น ซึ่งเริ่มต้นตั้งปี พ.ศ.2541 แรงบันดาลใจในการทำโครงการนี้คือ 1. ปากแหว่ง-เพดานโหว่เป็นความพิการบนใบหน้าที่พบมากที่สุดในบรรดาความพิการแต่กำเนิดบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ และ 2. เนื่องจากอยู่บนใบหน้าจึงเห็นเด่นชัดมาก ซ่อนไม่ได้ บางคนถึงแม้จะเป็นเพดานโหว่แต่พูดออกมาเสียงไม่ชัดคนก็รู้อยู่ดี เพราะฉะนั้นมันเป็นความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย ไม่เฉพาะเรื่องโรคภัยทางร่างกายแต่มันเป็นความทุกข์ทรมานด้านจิตใจและเป็นปมด้อยสำหรับเด็ก ทำให้เด็กปากแหว่ง-เพดานโหว่(ที่โดยทั่วไปมีสติปัญญาเป็นปกติ)แต่เพราะปมด้อยนี้จึงทำให้พัฒนาการช้าทั้งด้านการเรียนรู้ ด้านการเข้าสังคม นอกจากนี้พ่อแม่ก็ลำบากมาก พอมีลูกปากแหว่ง-เพดานโหว่ ต้องทุ่มเทเวลาให้กับลูกมากกว่าปกติเยอะแค่ให้นมยังลำบาก ต้องพาไปพบหมอบ่อยๆ” “ในยุคที่เริ่มต้นโครงการมีโรงพยาบาลที่ผ่าตัดรักษาปากแหว่ง-เพดานโหว่ได้ไม่กี่โรงพยาบาล ไม่ครบทุกจังหวัด นอกจากชาวบ้านจะต้องเดินทางจากหมู่บ้านมาที่ตัวเมืองของจังหวัดแล้ว บางทีต้องส่งตัวข้ามมาอีกจังหวัด นัดแล้วนัดอีกกว่าจะได้รับการผ่าตัด ซึ่งมีผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาทันตามกำหนดเวลาจำนวนมาก และมันเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของสังคม คือเคยไปร่วมโครงการที่มีแพทย์ต่างประเทศมากันเป็นทีม มันก็เป็นความรู้สึกที่แบบ..เรื่องแบบนี้เราก็ทำเองได้เพียงแต่ว่าระบบการกระจายตัวของศัลยแพทย์ตกแต่งหรือระบบการค้นหาผู้ป่วยของเรายังไม่ดีพอ ทำให้มีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอายที่ว่าเราเป็นแพทย์ เราดูแลผู้ป่วยเรื่องนี้แต่ปรากฎว่าเราล้มเหลวในการดูแลผู้ป่วยชาวไทย จนต่างประเทศต้องมาทำบุญอนุเคราะห์สงเคราะห์เรา เพราะฉะนั้นจากโครงการซ่อมเพดานสมานริมฝีปาก (ปีพ.ศ. 2541) ที่คิดจะทำกันปีเดียว เลยเปลี่ยนเป็นโครงการระยะยาวไม่มีจุดสิ้นสุด ชื่อโครงการศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขปากแหว่ง-เพดานโหว่และความพิการอื่น” “โครงการศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขปากแหว่ง-เพดานโหว่และความพิการอื่น เป็นโครงการที่ตั้งเป้าว่าจะไม่ใช้เงินงบประมาณแต่จะใช้เงินบริจาคเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เราผ่าตัดรักษาปีละ 6…