สภากาชาดไทยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าสำรวจและลงพิกัดกลุ่มผู้เปราะบาง ในแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สภากาชาดไทย โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าดำเนินการสำรวจ ปรับปรุงข้อมูลพิกัดกลุ่มเปราะบางให้เป็นปัจจุบัน พร้อมตรวจสอบข้อมูลเพื่อยืนยันความถูกต้อง และลงพิกัดกลุ่มเปราะบางรายใหม่ ในแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” ของทุกหมู่บ้านและทุกตำบล เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรกเมื่อเกิดภัย  รวมทั้งเป็นฐานข้อมูลกลางที่สำคัญเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการภัยพิบัติ ใช้ประโยชน์ร่วมกันในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยในภาวะปกติ ผู้เปราะบางจะได้รับการดูแลติดตามช่วยเหลือให้คำปรึกษาบริการด้านสาธารณสุขถึงบ้านอย่างทั่วถึง ครอบคลุม และต่อเนื่องรวมถึงการส่งต่อ ในภาวะเกิดภัย ผู้เปราะบางจะได้รับความช่วยเหลือจากทุกหน่วยงานภาคีเครือข่าย ด้านการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย ทำให้ช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก ตามสถานที่ ที่ได้ลงพิกัดในแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” เมื่อประสบภัยในพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้รับความช่วยเหลือจากสภากาชาดไทย และภาคีเครือข่าย กรณีได้รับผลกระทบจากโรคระบาดหรือสถานการณ์ต่าง ๆ หรือได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิต โดยได้รับความร่วมมือจาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ ดำเนินการปรับปรุงข้อมูลพิกัดของกลุ่มเปราะบาง และลงพิกัดกลุ่มเปราะบางรายใหม่ผ่านแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” โดยกลุ่มเปราะบางตามนิยามของสภากาชาดไทย ได้แก่ ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ (ประชาชนผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป) ผู้พิการที่ไม่สามารถหลบหนีภัยได้ และผู้ป่วยติดเตียง (มีอายุไม่เกิน 60 ปี) ในการนี้ เพื่อตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือ ดูแล…

สภากาชาดไทยร่วมประชุมเตรียมการสำหรับการประชุมกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ครั้งที่ 34 ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

คณะผู้แทนสภากาชาดไทย นำโดย นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เข้าร่วมการประชุมเตรียมการสำหรับการประชุมกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ครั้งที่ 34 (Preparatory Meeting for the 34th International Conference) ระหว่างวันที่ 6 – 7 พฤษภาคม 2567 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยการประชุมในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อร่วมหารือและพิจารณาร่างข้อมติจำนวน 5 ข้อ ที่ได้จัดเตรียมไว้สำหรับการประชุมกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ครั้งที่ 34 ดังนี้ มุ่งสู่วัฒนธรรมสากลแห่งการปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ การคุ้มครองพลเรือน บุคคล และวัตถุที่พึงได้รับการคุ้มครองจากปฏิบัติการทางไซเบอร์และสารสนเทศในระหว่างสถานการณ์ขัดกันทางอาวุธ การเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านการจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติผ่านกฎหมาย นโยบาย และแผนงานด้านภัยพิบัติที่ครอบคลุม การส่งเสริมความเป็นผู้นำ สมรรถนะ และการดำเนินงานในระดับท้องถิ่น โดยยึดหลักการ ด้านมนุษยธรรม และเสริมสร้างความเข้มแข็งในการฟื้นคืน การปกป้องประชากรจากผลกระทบด้านมนุษยธรรมของเหตุการณ์สภาพอากาศและภูมิอากาศ สุดขั้ว การทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างการดำเนินการเชิงคาดการณ์ นอกจากนี้ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 คณะผู้แทนฯ ยังได้เข้าร่วมการประชุมเรื่อง ยุทธศาสตร์…

สภากาชาดไทยร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีในงานมนุษยธรรม

วันที่ 25 เมษายน 2567 นายบุญรักษ์ สรัคคานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล สภากาชาดไทย ร่วมเป็นผู้บรรยายในหัวข้อ “การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในภารกิจการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม” ในการประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 80 (the 80th session of the UNESCAP Commission) ที่กรุงเทพมหานคร โดยนำเสนอการใช้แอปพลิเคชัน “พ้นภัย” และระบบพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อยืนยันตัวบุคคล (TRCBAS) ในการสนับสนุนกิจกรรมด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย

โครงการเครือข่ายเยาวชนสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ : การประชุมเชิงปฏิบัติการด้านนวัตกรรมเพื่อชุมชน

สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย ร่วมกับสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) จัดโครงการ International Red Cross Red Crescent Youth Network (RCYN) Hack Lab : Workshop for Community Innovation ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2567 ณ ศูนย์ฝึกอบรมบางปะกง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีเยาวชนไทยและและผู้แทนเยาวชนจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออก รวมกว่า 100 คนเข้าร่วม การจัดโครงการฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างพัฒนาศักยภาพ การคิดวิเคราะห์ การคิดเชิงนวัตกรรมการออกแบบ อันจะส่งผลให้เกิดโครงการเพื่อชุมชนของเยาวชนไทยและเยาวชนจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออก ตลอดจนการจัดกิจกรรมนี้ ยังเป็นการส่งเสริมสัมพันธภาพอันดีระหว่างประเทศ และสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายเยาวชนในระดับประเทศและระดับสากลด้วย

การประชุมด้านเทคโนโลยี “CONNECT 2024” ณ อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวรฯ

การประชุมด้านเทคโนโลยี “CONNECT 2024” ณ อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวรฯ วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 นายบุญรักษ์ สรัคคานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยีและสารสนเทศและดิจิทัล สภากาชาดไทย พร้อมด้วย นายแพทย์พิชิต ศิริวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย  ให้การต้อนรับและร่วมประชุมด้านเทคโนโลยี “CONNECT 2024” ซึ่งจัดโดยสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) ร่วมกับ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายด้านเทคโนโลยีแลกเปลี่ยนนวัตกรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในเรื่องเทคโนโลยีด้านมนุษยธรรม โดยการนำเอาเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าและลายม่านตา ด้วยระบบ Face Recognition และ Iris Recognition เข้ามาช่วยสนับสนุนทางการแพทย์ มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 60 คน ณ อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวรฯ

กิจกรรมวันกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงโลกประจำปี 2567 ร่วมส่งเสริมจิตสำนึกรักษ์โลก

สภากาชาดไทย ร่วมกับ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) และสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) จัดงานวันกาชาดโลกปี 2567 เนื่องในโอกาสครบรอบ 161 ปีแห่งการก่อตั้งขบวนการกาชาดและเสี้ยวงวงเดือนแดงระหว่างประเทศ และการเฉลิมฉลอง 131 ปี แห่งการก่อตั้งสภากาชาดไทย โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมจิตสำนึกการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและจิตอาสาเพื่อชุมชนในกลุ่มเยาวชนทั้งไทยและนานาชาติ ณ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วย นายฮวน เปโดร   แชเรอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคกรุงเทพฯ ICRC และ นางสาวแคททรีน คลาร์คสัน หัวหน้าคณะผู้แทน กลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง IFRC ร่วมเป็นประธานในงานกิจกรรมวันกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงโลกประจำปี 2567 (World Red Cross and Red Crescent Day 2024) ซึ่งมีแนวคิดหลักคือ “ดำรงรักษาหลักมนุษยธรรม” (Keeping Humanity Alive) และในโอกาสพิเศษที่สภากาชาดไทยได้ร่วมลงนามในกฎบัตรสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมสำหรับองค์กรมนุษยธรรม (The…

เสริมสร้างศักยภาพงานสานสัมพันธ์ครอบครัว

วันที่ 4 เมษายน 2567 เจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยจากสำนักวิเทศสัมพันธ์และสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดเข้าร่วมการอบรมงานสานสัมพันธ์ครอบครัว (Restoring Family Links – RFL) กับคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ สำนักงานกรุงเทพฯ (ICRC) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามยุทธศาสตร์งานสานสัมพันธ์ครอบครัวของขบวนการกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ปี ค.ศ. 2020-2025 งานสานสัมพันธ์ครอบครัวเกิดขึ้นในสมัยของนายอังรี ดูนังต์ ผู้ก่อตั้งองค์กรกาชาด ซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือส่งจดหมายจากทหารที่ใกล้เสียชีวิตในสมรภูมิซอลเฟริโนให้แก่ครอบครัวได้ทราบชะตากรรมของบุคคลอันเป็นที่รัก  ปัจจุบัน งานสานสัมพันธ์ครอบครัวได้พัฒนาขอบเขตการให้บริการครอบคลุมผู้ที่พลัดพรากจากเหตุการณ์การขัดกันทางอาวุธ ภัยพิบัติ และวิกฤติมนุษยธรรมอื่นๆ ยุทธศาสตร์งานด้านสานสัมพันธ์ครอบครัวของขบวนการกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ปี ค.ศ. 2020-2025 ประกอบด้วยการป้องกันการพลัดพราก (Prevention) การเข้าถึงการบริการที่ทั่วถึง (Accessibility) การให้คำตอบแก่ผู้ร้องขอได้ทราบชะตากรรมของผู้พลัดพรากด้วยความรวดเร็ว (Answers) และให้การสนับสนุนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ (Support) ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวนี้จะถูกขยายต่อไปจนถึงปี ค.ศ. 2030

มูลนิธิศาสนจักรของพระเยซูคริสต์ฯ บริจาคกรอบแว่นตาสำหรับเด็ก

วันที่ 10 เมษายน 2567 นายนพพร จรรยาสว่างพร ผู้จัดการแผนกสวัสดิการและการพึ่งพาตนเอง Mr. Chad และ Ms. Julie Atkinson ผู้เชี่ยวชาญด้านมนุษยธรรม จากมูลนิธิศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย ประจำประเทศไทย มอบกรอบแว่นตาจำนวน 8,000 ชิ้น เพื่อสนับสนุนโครงการรถตัดแว่นสายตาเคลื่อนที่สภากาชาดไทยเพื่อเด็กนักเรียนในชนบท ในโอกาสนี้ พลโทนายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์เป็นผู้รับมอบ และนำคณะมูลนิธิศาสนจักรฯ เยี่ยมชมรถตัดแว่นสายตาเคลื่อนที่ หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ และคลังเก็บเครื่องบรรเทาทุกข์

สภากาชาดไทยให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้หนีภัยจากเมียนมา

ผู้หนีภัยความไม่สงบจากประเทศเมียนมาประมาณ 3,000 คน ได้รับความช่วยเหลือจากสภากาชาดไทย ในระหว่างวันที่ 20-22 เมษายน 2567 ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว 2 แห่ง ได้แก่ พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวท่าทรายรุจิราและท่า 25 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยเหล่ากาชาดจังหวัดตากและกิ่งกาชาดอำเภอแม่สอดได้ให้การสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมของหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่นอย่างเต็มที่ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2567 กิ่งกาชาดอำเภอแม่สอดจัดตั้งศูนย์บริจาคเฉพาะกิจ ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สอด  ในการนี้ นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วยนางวรรณฤดี  กิจเจริญรุ่งโรจน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก และคณะกรรมการ ทำการรวบรวมการสนับสนุนและการบริจาคจากหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น ภาคเอกชน หน่วยงานภาคประชาสังคม องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ชุมชนคนไทยและคนต่างชาติในท้องที่  จากนั้นแจกจ่ายอาหารปรุงสุกจำนวนกว่า 7,500 กล่อง นมยูเอชที 280 กล่อง น้ำดื่ม 4,500 ขวด มุ้งกันยุง 520 หลัง ยารักษาโรค 130 ชุด และอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า…

สภากาชาดไทยร่วมลงนามกฎบัตรสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมสำหรับองค์กรด้านมนุษยธรรม

สภากาชาดไทยโดยเลขาธิการสภากาชาดไทย ได้ร่วมลงนามอิเล็กทรอนิกส์ในกฎบัตรสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมสำหรับองค์กรด้านมนุษยธรรม (Climate and Environment Charter for Humanitarian Organizations) เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2567 พร้อมประกาศเป้าหมาย 4 ข้อ ในการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ดังนี้ 1. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและของเสียด้วยการลดการใช้ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ 2. เพิ่มนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและเพิ่มความยั่งยืนในการดำเนินงานและกิจกรรมของสภากาชาดไทยให้ได้ผลมากขึ้น 3. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนในงานด้านสาธารณูปโภคของสภากาชาดไทยให้มากขึ้น 4. ส่งเสริมให้เกิดจิตสำนึกเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และเผยแพร่นโยบายรวมถึงแนวทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครของสภากาชาดไทยได้รับรู้และนำไปปฏิบัติ   กฎบัตรสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมสำหรับองค์กรด้านมนุษยธรรม (Climate and Environment Charter for Humanitarian Organizations) เป็นความร่วมมือของกลุ่มองค์กรด้านมนุษยธรรมในระดับนานาชาติ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการตระหนักถึงวิกฤตการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามแนวทางที่กำหนดไว้ในความตกลงปารีส กรอบการดำเนินงานเซนไดเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) และกฎหมายและมาตรฐานระหว่างประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง   ปัจจุบัน (ณ วันที่ 23 มกราคม 2567)…