สภากาชาดไทย โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่ปฏิบัติงานฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก หรือ HPV เข็มที่ 1 ให้กับเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา บ้านถ้ำหิน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เพื่อลดความรุนแรงของการเจ็บป่วย และลดการเสียชีวิต เป็นการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ยากและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชนและบุคคลกลุ่มเปราะบางด้อยโอกาส ซึ่งเป็นการดำเนินงาน ตามหลักมนุษยธรรม
นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ร่วมกับ พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ สภากาชาดไทย พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงาน ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก หรือ HPV เข็มที่ 1 ให้กับเด็กหญิง ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา บ้านถ้ำหิน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ในการนี้ นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี/นายกเหล่ากาชาด พร้อมทั้ง นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรี ร่วมให้การต้อนรับ การปฏิบัติงานลงพื้นที่ให้การฉีควัคซีนในครั้งนี้ เป็นไปตามที่ สภากาชาดไทยได้รับบริจาควัคซีน HPV ชนิด 4 สายพันธุ์ จากบริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อสนับสนุนพันธกิจของสภากาชาดไทย ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนและบุคคลกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามหลักมนุษยธรรม โดยสภากาชาดไทยได้มอบหมายให้ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ นำวัคซีนมะเร็งปากมดลูกหรือ HPV ไปฉีดให้กับเด็กหญิงที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย และกลุ่มที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว ฯ ทั่วประเทศ จำนวน 40,000 โดส หรือ 20,000 คน เพื่อลดการติดเชื้อ HPV ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก และเพิ่มประสิทธิภาพ ในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก ทั้งนี้มีกำหนดฉีดทั้งสิ้น 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566
โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ ได้นำเอาเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าด้วยระบบ Face Recognition และ Iris Recognition เข้ามาช่วยสนับสนุนทางการแพทย์ ในการบันทึกข้อมูลของผู้รับบริการฉีควัคซีน และยืนยันตัวตน ในการเข้ารับวัคซีน รวมทั้งสามารถนำไปต่อยอดในการทำงานด้านมนุษยธรรม โดยเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับการบริการ