infographic ข้อมูลการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา

ส่งมอบความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา

สภากาชาดไทยได้ส่งมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น จำนวน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 ล้านบาท แก่กาซาดเวเนซุเอลา เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในสาธารณรัฐโบลีวาร์แห่งเวเนซุเอลา สืบเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องกันบริเวณทางตอนเหนือของประเทศ ใกล้กรุงการากัส เมืองหลวงของสาธารณรัฐโบลีวาร์แห่งเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหายและพังถล่มเป็นจำนวนมาก มีผู้เสียชีวิตนับพันราย รวมทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญหายอีกหลายหมื่นราย ปัจจุบัน รัฐบาลเวเนซุเอลาได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ขณะที่กาชาดเวเนซุเอลากำลังเร่งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สภากาชาดไทยขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา โดยสามารถร่วมบริจาคได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้

เจ้าหน้าที่สภากาชาดฟิลิปปินกำลังค้นหาผู้สูญหายภายใต้อาคารถล่ม

ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในฟิลิปปินส์

สภากาชาดไทยส่งมอบเงินจำนวน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 663,000 บาท) ให้แก่สภากาชาดฟิลิปปินส์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านมนุษยธรรมแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2569 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูด นอกชายฝั่งใกล้จังหวัดซารังกานี ทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางทั่วเกาะมินดาเนา จากรายงานของภาครัฐและองค์กรด้านมนุษยธรรม พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติมากกว่า 346,000 คน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 47 ราย บาดเจ็บประมาณ 680 คน และมีผู้สูญหายอีกหลายสิบราย นอกจากนี้ ยังมีรายงานความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น อาคารราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน โรงยิมเนเซียม และที่อยู่อาศัยของประชาชน สภากาชาดฟิลิปปินส์ได้เร่งระดมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน ซึ่งรวมถึงการแจกจ่ายอาหารปรุงสุก การจัดตั้งบริการสนับสนุนด้านสวัสดิการ การให้การปฐมพยาบาล และการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต นอกจากนี้ ยังมีการส่งหน่วยแพทย์และหน่วยปฏิบัติการลงพื้นที่เพื่อเสริมศักยภาพของระบบสาธารณสุขในท้องถิ่น และช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย

ผู้บริหารถ่ายภาพหมู่คณะกำลังนั่งและถือเกียรติบัตร

ผู้บริหารสภากาชาดไทยเข้าร่วมหลักสูตรผู้นำกาชาด ณ สิงคโปร์

รองศาสตราจารย์ ดร. นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรขบวนการกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงสำหรับผู้บริหารใหม่ ประจำปี 2569 (Movement Induction Course: MIC) ระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2569 ณ Red Cross House สาธารณรัฐสิงคโปร์ การอบรมดังกล่าวจัดโดยความร่วมมือระหว่างสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) และกาชาดสิงคโปร์ เพื่อมุ่งเน้นเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของขบวนการกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ รวมถึงประเด็นสำคัญด้านการทูตเพื่อมนุษยธรรม การบริหารความเสี่ยง หลักธรรมาภิบาล และภาวะผู้นำในองค์กรด้านมนุษยธรรม นอกจากนี้ ยังได้เข้าศึกษาดูงานโครงการ Home Monitoring and Eldercare (HoME+) ของสภากาชาดสิงคโปร์ ซึ่งเป็นระบบติดตามดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน โดยใช้เทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้สูงอายุด้วย

คณะทำงานสภากาชาดร่วมกันถ่ายภาพหมู่บนเวที

ประชุมความร่วมมือระหว่างสภากาชาดไทยและองค์การกาแดงแห่งชาติลาว ครั้งที่ 5

นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานการประชุมความร่วมมือระหว่างสภากาชาดไทยและองค์การกาแดงแห่งชาติลาว ครั้งที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–27 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ผู้เข้าร่วมประชุมรวม 79 คน ประกอบด้วยผู้แทนจากสภากาชาดไทย และองค์การกาแดงแห่งชาติลาว นำโดย Mr. Khamlavanh Chanthalavanh ประธานองค์การกาแดงแห่งชาติลาว ซึ่งทำหน้าที่ประธานร่วม พร้อมด้วยผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) นายสีสะหวาด อินพะจัน เอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทย และผู้แทนจากกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนผลการดำเนินงานความร่วมมือไทย–ลาว หลังการประชุมครั้งที่ 4 โดยครอบคลุมด้านการบรรเทาทุกข์และส่งเสริมสุขภาพ การบริการโลหิต การพัฒนาเยาวชนและอาสาสมัคร การจัดหารายได้ การสื่อสารองค์กร รวมถึงความร่วมมือระดับจังหวัดและแขวงตามแนวชายแดนไทย–ลาว ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดให้การบริการโลหิตและการจัดหารายได้เป็นประเด็นสำคัญในการดำเนินงานความร่วมมือในระยะต่อไป รวมถึงการจัดให้มีกลไกติดตามที่เป็นระบบ นอกจากนี้ คณะผู้แทนองค์การกาแดงแห่งชาติลาวยังได้เข้าศึกษาดูงานที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สำนักงานจัดหารายได้ และสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์