เด็กอายุ 15 ปี ที่บริจาคอวัยวะ ทำให้พยาบาลคนหนึ่งยังทำหน้าที่รับบริจาคอวัยวะมาตลอด 13 ปี

“เคสนี้เป็นเด็กอายุ 15 ปี พ่อแม่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ และเขาก็อยู่กับยาย ยายเลี้ยงมา ตอนที่เขาประสบอุบัติเหตุ เชื่อไหม! ยายไม่มาเยี่ยมเลย แต่คนที่มาคือแม่ที่มาจากกรุงเทพฯ . พี่ก็ให้ข้อมูลและบอกแม่น้องเขาว่าให้คุยกับยายก่อนนะ เพราะยายเลี้ยงเขามาตั้ง 15 ปี ตอนนั้นแม่เขาก็ 50/50 นะ แต่ยายไม่มาเลย น้องเขานอนโรงพยาบาล 3 วัน ยายยังก็ไม่มา เพราะยายทำใจไม่ได้ ต่อมาแม่เขากลับไปคุยกับคนในครอบครัวและยินดีจะบริจาคอวัยวะให้ เราก็ดำเนินตามขั้นตอน . ผ่านมา 1 อาทิตย์ จังหวะที่เดินราวน์คนไข้ในโรงพยาบาล เห็นหน้าแม่น้องที่บริจาคอวัยวะมากับผู้หญิงสูงอายุ จังหวะที่เขาเห็นเรา เขาก็ยิ้มและรีบเดินมาหาเราพร้อมกับผู้หญิงสูงอายุคนนั้น ผู้หญิงแก่ ๆ คนนั้น ยกมือไหว้พี่ บอกว่าเป็นยายของน้อง (ที่บริจาคอวัยวะ) . เขาให้ลูกสาวพามาหาเรา เพราะว่าตอนที่จัดงานศพน้อง คนในหมู่บ้านมาช่วยงานศพทุกบ้านเลย ทุกคนต่างชื่นชม เพราะเป็นคนแรกของหมู่บ้านที่บริจาคอวัยวะ . ยายภูมิใจกับหลานมาก หลานเขาอายุแค่นี้ ตัวเขาที่อยู่มาจนจะตายอยู่แล้ว ยังไม่เคยเห็นคนในหมู่บ้านมาช่วยงานศพใครเยอะขนาดนี้มาก่อน . “พี่ว่างานบริจาคอวัยวะเนี่ย ทำให้ครอบครัวที่เขาสูญเสีย เขามีพลัง…

วิธีจัดการความเครียดง่าย ๆ ด้วยตนเอง

การระบายปัญหาจากความเครียดออกมาด้วยการขอกำลังใจ และการสนับสนุนจากคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก การได้ระบายความรู้สึกของตัวเอง แทนที่จะเก็บไว้คนเดียว จะทำให้ภาวะตึงเครียดผ่อนคลายลง และรู้สึกดีขึ้น   หากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง ออกไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบ้าง ออกกำลังกายอย่างน้อยเป็นเวลา 30 นาทีต่อวัน จะช่วยปรับอารมณ์และลดระดับความเครียดลงได้ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ การมีสุขภาพกายที่ดีย่อมส่งผลดีต่ออวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย ให้สามารถทำงานได้เป็นปกติ มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง โดยเฉพาะในกลุ่มวิตามินรวม ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเครียด หาวิธีรักษา หากไม่สามารถจัดการความเครียดได้ด้วยตนเอง หรือตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพูดคุยบอกเล่าปัญหา ความทุกข์ใจต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดความเครียด และรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา การวางแผนรับมือในการจัดการกับความเครียด   ความเครียดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็นประจำทุกวัน และเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของเราทุกคน หากเราได้นำวิธีการข้างต้นไปใช้ในการจัดการความเครียดแล้ว ก็จะมีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดี มีสมดุลชีวิตที่ดีได้ในที่สุด   ที่มา : pobpad.com

วันนอนหลับโลก : World Sleep Day

รู้หรือไม่? มนุษย์ใช้เวลา 1 ใน 3 ไปกับการนอน ดังนั้นการนอนหลับจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพดี และลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ โดยหลายผลการศึกษาพบว่าปัญหาการนอนที่พบมากที่สุด คิดเป็น 10-20% ของประชากรทั่วโลกเกิดในผู้สูงอายุถึง 20%              ถ้าระยะเวลาในการนอนหลับที่ไม่เพียงพอหรือมากเกินไปจะส่งผลถึงอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น อาการผิดปกติจากการนอน อาจส่งผลกระทบถึงการทำงานการตอบสนองต่าง ๆ การสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย อีกทั้งยังส่งผลถึงด้านสุขภาพจิตอีกด้วย แนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำหรับผู้มีอาการนอนไม่หลับ เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาในทุกวัน ออกกำลังกายเบา ๆ ก่อนนอน ประมาณ 30 นาที รับประทานอาหารที่มีสารทริปโตเฟน เช่น กล้วย นม เป็นต้น งดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1-2 ชั่วโมง ก่อนเข้านอน งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หลังเที่ยงวัน งดสูบบุหรี่ช่วงเวลาก่อนนอน สร้างสภาพแวดล้อมห้องนอนให้เหมาะสม เช่น มืด เงียบและเย็นสบาย เลือกหมอนหรือที่นอน ที่โอบอุ้มสรีระได้อย่างดี ไม่ทำให้ปวดเมื่อยขณะหลับ พฤติกรรมที่ไม่ควรทำสำหรับผู้ที่นอนไม่หลับ ไม่ควรซื้อยานอนหลับมารับประทานเองโดยเด็ดขาด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกครั้ง ก่อนซื้อวิตามินหรือยาช่วยเรื่องการนอนหลับ…

อันตราย จากการใช้ “ยาระบาย”

รู้หรือไม่ว่ายาระบายบางประเภทอาจทำให้การทำงานของลำไส้ใหญ่ลดลงมากกว่าปกติ หรือทำให้เยื่อบุผนังลำไส้เหี่ยว กล้ามเนื้อใต้เยื่อบุผิวลำไส้หนามากขึ้น ปมประสาทเสื่อมและเกิดการสูญเสียโปรตีนจากการดูดซึมที่ผิดปกติของลำไส้   การใช้ยาระบาย ควรใช้เป็นครั้งคราวและไม่ควรใช้ติดต่อกันอย่างยาวนาน มากสุดไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพราะยาจะไปรบกวนการทำงานปกติของลำไส้ ถ้าไม่กินยาระบายเพื่อกระตุ้น ลำไส้ก็จะไม่ทำงาน ส่งผลเสียในระยะยาวไปอีก   จึงควรมีการเลือกใช้ยาระบายอย่างระมัดระวัง เพราะยาระบายมีหลายชนิด ทั้งยังออกฤทธิ์ต่างกัน ไม่ควรใช้อย่างพร่ำเพรื่อ และควรดูแลตัวเองด้วยการเลือกกินอาหารที่มีเส้นใยสูง เพื่อให้อุจาระจับตัวกันเป็นก้อนอย่างกลมเกลียวสามัคคี มีความอ่อนนุ่ม และใยอาหารยังเป็นอาหารของแบคทีเรียชนิดดี (Probiotics) ทำให้แบคทีเรียเติบโต และแบ่งจำนวนได้เป็นจำนวนมาก เมื่อมีก้อนอึที่ใหญ่และนุ่มขึ้น ก็จะกระตุ้นให้การขับถ่ายเราดีได้โดยธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยาระบายใด ๆ   แต่หากไม่ถ่ายสักที ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการและรักษาอาการของเราได้อย่างตรงจุด เพื่อความปลอดภัยกว่าการเลือกใช้ยาระบายด้วยตัวเอง     ที่มา : www.interpharma.co.th

“วันรักสัตว์เลี้ยงโลก” (Love Your Pet Day)

“วันรักสัตว์เลี้ยงโลก” (Love Your Pet Day) 20 กุมภาพันธ์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งพฤติกรรมส่วนบุคคล ครอบครัว สังคม     รวมไปถึงสภาพแวดล้อมเหล่านี้ มีแนวโน้มทำให้คนไทยในปัจจุบันนิยมเลี้ยงสัตว์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสุนัขและแมว ซึ่งทุกวันนี้การปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เป็นแค่ “สัตว์เลี้ยง” หากแต่เป็น “สมาชิกในครอบครัว” การเลี้ยงสัตว์มีประโยชน์อย่างมาก ซึ่งหลายคนทราบดีว่าสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนที่ดีให้เราในวันที่เหนื่อยล้า ช่วยลดความเครียด และยังอาจช่วยให้พัฒนาความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อีกด้วย ประโยชน์ของการเลี้ยงสัตว์ สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว การเลี้ยงสัตว์ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่นขึ้นได้ โดยทำให้ครอบครัวได้ดูแลสัตว์และทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน เช่น พาไปเดินเล่นออกกำลังกาย      ให้อาหาร อาบน้ำ ซื้อของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง และพาสัตว์เลี้ยงไปเที่ยวในวันหยุด เป็นต้น ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นและลดความเครียด การสัมผัสและกอดสัตว์เลี้ยงจะช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาเมื่อเกิดความเครียด และกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโดพามีน (Dopamine) และออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งช่วยให้ปรับระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ และช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดได้ นอกจากนี้ การเลี้ยงสัตว์ยังช่วยคลายความเหงาให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะเด็กที่ไม่มีพี่น้องและ    มีเพื่อนน้อย การเลี้ยงสัตว์ทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อนที่สามารถพูดคุยและเล่นด้วยได้ ส่วนผู้สูงอายุที่มีสัตว์เลื้ยงในบ้าน จากงานวิจัยพบว่า จะช่วยให้ผู้สูงอายุไม่รู้สึกเหงา…

การแก้อาการนอนเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ

  การแก้อาการนอนเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ อาการง่วงหงาวหาวนอนระหว่างวัน หรือง่วงนอนตลอดทั้งวัน โดยที่ไม่ได้อดนอน แต่ยังรู้สึกง่วง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีอาการนี้อยู่ ขอแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตบางอย่าง เพื่อให้ร่างกายนอนหลับได้เต็มอิ่ม และไม่รู้สึกง่วงตลอดเวลาจนเสียบุคลิก งดชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างน้อยเป็นเวลา 6 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์ในการกระตุ้นประสาทให้ตื่นตัว ไม่รับประทานอาหารมัน, อาหารที่ย่อยยาก หรืออาหารที่มีฤทธิ์เย็น เนื่องจากการรับประทานอาหารเหล่านี้จะเป็นการรบกวนการทำงานของม้าม ทำให้ม้ามทำงานหนักและอ่อนแอลง หลีกเลี่ยงการใช้งานสมองอย่างหนักหน่วง การทำงานหนักส่งผลทำให้ร่างกายเกิดความเครียด สมองจึงรู้สึกล้า ส่งผลต่อคุณภาพในการนอนหลับ ทำให้นอนหลับไม่สนิท รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะในกลุ่มวิตามินและเกลือแร่ เช่น วิตามินรวมชนิดต่าง ๆ ช่วยในการบำรุงระบบประสาทและสมอง การปรับพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายจะสดใสแข็งแรง เพื่อสุขภาพที่ดี ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ ที่มา : Interpharma Thailand

อาจารย์ใหญ่ ครูผู้ไร้ชีวิต (การจากไปที่ไม่เคยสูญสิ้น)

อาจารย์ใหญ่ ครูผู้ไร้ชีวิต (การจากไปที่ไม่เคยสูญสิ้น) “อาจารย์ใหญ่” ในบริบทที่เรากำลังกล่าวถึงนั้น ไม่ได้หมายถึง คุณครูในโรงเรียน แต่สำหรับในทางวิชาชีพแพทย์ อาจารย์ใหญ่ คือ ผู้อุทิศสละร่างกายเป็นวิทยาทาน เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อการศึกษากายวิภาคศาสตร์ และการฝึกผ่าตัดเฉพาะทางในภาคการฝึกปฎิบัติ อันจะส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์มีความเชี่ยวชาญและสามารถนำความรู้ที่เล่าเรียนมากลับมาให้บริการภาคสังคมต่อไป สำหรับใครที่สนใจอยากบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาทางการแพทย์ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไงและมีขั้นตอนใดบ้าง มาทราบขั้นตอนไปพร้อมๆ ได้เลย   ผู้ที่ต้องการบริจาคร่างกายต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ต้องบรรลุนิติภาวะมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป หรือในกรณีที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองเป็นลายลักษณ์อักษร และมีสำเนาทะเบียนบ้านประกอบในการแสดงเจตจำนง ไม่เป็นโรคติดเชื้อ ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ B และ C โรควัณโรคระยะติดต่อ โรคพิษสุนัขบ้า          โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง(HIV) ไม่เป็นมะเร็งระยะลุกลามรุนแรง ไม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ที่เกี่ยวข้องกับคดีความและมีการผ่าพิสูจน์ ไม่ได้รับการฝังแร่ด้วยกัมมันตรังสีมาไม่เกิน 6 เดือน ไม่ได้รับการผ่าตัดอวัยวะสำคัญ ออกจากร่างกาย ในกรณีบริจาคดวงตาสามารถบริจาคร่างกายได้ ต้องมีร่างกายสมบูรณ์ ไม่มีความพิการของแขน ขา และอื่น ๆ ซึ่งคุณสมบัติที่กล่าวไปข้างต้นนั้น อาจขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รับร่าง…

อาสาสมัครด้วยใจไปกับสภากาชาดไทย

“อาสาสมัครสภากาชาดไทย” หมายถึง บุคคลที่ร่วมทำงานอาสาสมัครกับสภากาชาดไทย เป็นผู้มีจิตอาสา มีเมตตา และศรัทธาในงานของสภากาชาดไทย ปรารถนาจะใช้เวลาสติปัญญา ตลอดจนความรู้ความสามารถเพื่อช่วยเหลือกิจการของสภากาชาดไทย โดยไม่หวังผลตอบแทนและการแสวงหาผลกำไร โดยไม่จำกัดอายุ เพศ อาชีพ ฐานะทางสังคม ภูมิลำเนา ศาสนา ชาติพันธุ์และความทุพพลภาพ แอปพลิเคชัน “อาสาสมัครกาชาด” เป็นแอปพิเคชัน ที่นำมาใช้เพื่อให้ผู้ที่มีจิตอาสาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งและร่วมกิจกรรมของสภากาชาดไทยได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เพราะสามารถเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลอาสาสมัครสภากาชาดไทย เป็นการรวบรวมประชาชนที่มีจิตอาสา พร้อมปฏิบัติงานเพื่อตอบสนองภารกิจสภากาชาดไทย โดยสามารถมีส่วนร่วมในการทำงานอาสาสมัครสภากาชาดไทยได้อย่างง่าย ปัจจุบันมีจำนวนผู้มีจิตอาสาในระบบแล้วกว่า 82,269 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 3 พฤสจิกายน 2566) โดยแอปพลิเคชัน อาสาสมัครกาชาด เป็นนวัตกรรมที่รวบรวมงานอาสาสมัครที่ตอบสนองภารกิจสภากาชาดไทยหลายรูปแบบ โดยประชาชนทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราในการส่งต่อความช่วยเหลือและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้ตามความถนัดและความสนใจ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “อาสาสมัครกาชาด” ผ่าน App Store และ Google Play ลงทะเบียนและเลือกเข้าร่วมทำกิจกรรมอาสาสมัครกับเราได้เลยแอปพลิเคชัน “อาสาสมัครกาชาด” รวมทุกกิจรรมคนหัวใจอาสา สามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรม และการอบรมได้ทุกที่ ทุกเวลา นายสถิตย์ ไกรฤๅชา คือ หนึ่งในอาสาสมัคร…

อาสาสมัครกาชาด : การขับเคลื่อน “พลังของผู้ศรัทธาทำความดี”สู่ความยั่งยืนในสังคม

หากจะกล่าวถึงองค์กรสาธารณกุศลที่ใหญ่ระดับประเทศนั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สภากาชาดไทย จัดได้ว่าอยู่ในลำดับต้นๆ ของการเป็นองค์กรการกุศลสาธารณประโยชน์ที่เชื่อมโยงการช่วยเหลือประชาชน สังคม และ ประเทศชาติ มาเป็นระยะเวลายาวนาน นอกจากนี้ สภากาชาดไทยยังเป็นองค์กรที่รวบรวมผู้คนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และศรัทธาต่อพลังแห่งการทำความดีด้วยการให้ และการช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อคงไว้ซึ่งความเอื้ออาทร ความเสียสละ และความมีมนุษยธรรมไปสู่เพื่อนร่วมชาติ สู่ความยั่งยืนในสังคม ซึ่งเรียกขานกันในนาม “อาสาสมัครกาชาด” อาสาสมัครกาชาด สังกัดสำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด  สภากาชาดไทย ปัจจุบันมีจำนวนอาสาสมัครกาชาดที่พร้อมปฏิบัติงาน เพื่อตอบสนองภารกิจของสภากาชาดไทยกว่าแปดหมื่นคนทั่วประเทศ ด้วยการประสาน และขับเคลื่อนงานของผู้คนที่มีหัวใจอาสาทุกช่วงวัยหลอมรวมเข้าไว้ด้วยกัน เริ่มจากการปลูกฝังการทำงานจิตอาสาให้กับเยาวชน อันเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต ด้วยการทำหน้าที่ “อาสายุวกาชาด” และเกิดการส่งต่อพลังแห่งงานอาสาสมัครให้เติบโตควบคู่กันไป จนก้าวเข้าสู่วัยหนุ่มสาวที่ได้รับการเรียนรู้ และการปลูกฝังหัวใจแห่งศรัทธาการทำความดี การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการเป็นผู้ให้อย่างเปี่ยมล้นจนล่วงเข้าสู่วัยเกษียณที่มีความพร้อมในทุกด้านของการดำเนินชีวิต สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด ส่งเสริมการทำงานในการนำพลังของอาสาสมัครมาใช้ให้ได้เต็มที่ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนสอดประสานกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ซึ่งจะสามารถสร้างความยั่งยืนของงาน “จิตอาสา” ให้แก่สังคมและชุมชนผ่านคุณค่าของความเป็น “จิตอาสาสภากาชาดไทย” สู่การเป็น “อาสาสมัครกาชาด” และ แสดงพลังส่งผลให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน ภายใต้กิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ประกอบด้วย การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มเปราะบางทางสังคม การสนับสนุนการบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การส่งเสริมการเรียนรู้และต่อยอดการศึกษาของเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร การขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครกาชาดให้มีความรู้ ส่งเสริมทักษะเฉพาะทาง…