รู้ทัน “ไวรัสฮันตา” ป้องกันโรคจากสัตว์ฟันแทะก่อนสายเกินไป

หลายคนอาจมองว่า “หนู” เป็นเพียงสัตว์รบกวนภายในบ้านหรือสถานที่ทำงาน แต่ในความเป็นจริง สัตว์ฟันแทะเหล่านี้อาจเป็นพาหะนำโรคสำคัญที่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ หนึ่งในนั้นคือ “ไวรัสฮันตา” (Hantavirus) โรคติดเชื้อที่แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบการระบาด แต่ยังคงเป็นโรคที่ควรเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด ไวรัสฮันตาติดต่อได้อย่างไร เชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีหนูและสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะสำคัญ เชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลาย รวมถึงการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนเชื้อในอากาศ ซึ่งมักพบในพื้นที่อับทึบหรือบริเวณที่มีหนูอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยพื้นที่เสี่ยงที่ควรระมัดระวัง ได้แก่ ห้องเก็บของหรือโกดังที่ปิดทิ้งไว้นาน โรงนาและพื้นที่ทางการเกษตร บ้านร้างหรือมุมอับที่มีหนูอาศัยอยู่จำนวนมาก พื้นที่ที่มีมูลหนูสะสมและไม่ได้ทำความสะอาดเป็นเวลานาน อาการที่ควรสังเกต อาการเริ่มต้นมักคล้ายไข้หวัดทั่วไปทำให้หลายคนอาจละเลย โดยอาการที่พบได้ เช่น • ไข้สูง • ปวดศีรษะ • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ • อ่อนเพลีย • คลื่นไส้ หรือปวดท้อง อย่างไรก็ตาม ในบางรายอาการอาจรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดภาวะปอดอักเสบ หายใจลำบาก หรือไตวายเฉียบพลัน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน วิธีป้องกันตนเองจากไวรัสฮันตา การป้องกันสามารถทำได้ง่าย ๆ เริ่มจากการดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัว ได้แก่ • รักษาความสะอาดบ้านและสถานที่ทำงาน •…

การป้องกันขณะเกิดแผ่นดินไหว

การป้องกันขณะเกิดแผ่นดินไหว

การป้องกันขณะเกิดแผ่นดินไหว   อย่าตื่นตกใจพยายามควบคุมสติ   หากอยู่ในบ้านให้ยืนหรือหมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักได้ และอยู่ห่างจากประตู ระเบียง หน้าต่าง   หากอยู่ในอาคารสูงควรตั้งสติรีบออกจากอาคารโดยเร็ว และหนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับ   ถ้าอยู่ในที่โล่งให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า ต้นไม้ ป้ายโฆษณา และสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ   อย่าใช้เทียนไขและไม้ขีดไฟ สิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟเพราะอาจมีแก๊สรั่วบริเวณนั้น   หากกำลังขับรถอยู่ให้หยุดรถในที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงบริเวณที่ลาดชั้น กูเขา หรือใกล้ชายฝั่งทะเล และอยู่กายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด

สู้แดดไม่สู้ตาย! 7 เคล็ดลับอัปเกรดความอึดให้คนทำงานกลางแดด

ในสภาวะอากาศของประเทศไทยที่ทวีความร้อนแรงขึ้นทุกขณะ กลุ่มอาชีพที่ต้องปฏิบัติงานกลางแจ้งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญที่อาจเผชิญกับภาวะวิกฤตทางสุขภาพจากความร้อน                     (Heat-related illnesses) เพราะร่างกายไม่ใช่เครื่องจักรที่เปลี่ยนอะไหล่ได้ง่าย การเตรียมความพร้อมและรู้วิธีป้องกันตนเองจึงเป็นทักษะสำคัญที่คนทำงาน “สู้ชีวิต” ทุกคนต้องมี เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน สภากาชาดไทยขอแนะแนวทางปฏิบัติเพื่อเซฟร่างให้พร้อมลุยแดด ดังนี้ เติมความสดชื่นด้วยน้ำและเกลือแร่ การดื่มน้ำสะอาดคือหัวใจสำคัญ ในช่วงที่อากาศร้อนจัดควรจิบน้ำบ่อยๆ ประมาณ 1 แก้ว ทุก 15-20 นาที เพื่อรักษาความสมดุลของเหลวในร่างกาย กรณีที่ต้องเสียเหงื่อปริมาณมากจากการใช้แรง     ควรเสริมด้วยเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อชดเชยแร่ธาตุที่สูญเสียไป เลี่ยงเครื่องดื่มที่กระตุ้นการขาดน้ำ ควรละเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด รวมถึงจำกัดปริมาณชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เนื่องจากเครื่องดื่มเหล่านี้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ซึ่งจะเร่งให้ร่างกายสูญเสียน้ำเร็วกว่าปกติ ปรับเครื่องแต่งกายให้เหมาะสม เลือกสวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน น้ำหนักเบา และเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ทรงหลวมไม่รัดรูปจนเกินไป อย่าลืมอุปกรณ์ป้องกันอย่างหมวกปีกกว้างหรือผ้าคลุมศีรษะ และที่สำคัญคือการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป โดยควรทาก่อนออกสัมผัสแสงแดดอย่างน้อย 30 นาที การปรับตัวของร่างกาย (Acclimatization) สำหรับผู้ที่หยุดพักงานกลางแจ้งไปนาน หรือเพิ่งเริ่มงานใหม่ ไม่ควรหักโหมในทันที ควรเริ่มจากงานเบาและค่อยๆ เพิ่มระดับความเข้มข้น เพื่อให้ระบบต่างๆ ในร่างกายมีเวลาปรับตัวให้ชินกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว วางแผนเวลาพักและทำงานเป็นทีม บริหารจัดการตารางงานโดยสลับช่วงเวลาทำงานกับการพักผ่อนในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก                หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนักในช่วงเวลาที่แดดจัดที่สุด…

หมดโปรวันหยุด แต่ใจไม่หมดแรง วิธีกู้ใจจากภาวะ Post-Vacation Blues

ผ่านพ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่เต็มไปด้วยความสุขและการพักผ่อน หลายคนอาจกำลังเผชิญกับความรู้สึกหม่นหมอง อ่อนล้า หรือความรู้สึกไม่อยากกลับไปเริ่มต้นภารกิจในชีวิตประจำวัน ภาวะนี้ถูกเรียกว่า “Post-Vacation Blues” หรือภาวะซึมเศร้าหลังหยุดยาว ซึ่งเป็นสภาวะทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้เมื่อเราต้องปรับเปลี่ยน “โหมดแห่งความสุข” กลับเข้าสู่ “โหมดแห่งความรับผิดชอบ” อย่างกะทันหัน ทำความเข้าใจ… ทำไมใจจึงว้าวุ่น? ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่มักมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลักๆ ดังนี้ ความเคยชินที่ขาดช่วง: ร่างกายและจิตใจยังจดจำความผ่อนคลายในช่วงวันหยุด ทำให้เกิดแรงต้านเมื่อต้องกลับมาเผชิญกับระเบียบวินัยเดิมๆ การปรับตัวไม่ทัน: การเปลี่ยนผ่านจากความอิสระมาสู่ความเร่งรีบในทันที อาจส่งผลให้ระบบประสาทและอารมณ์เกิดความเครียดสะสม ความรู้สึกโหยหา: การต้องจากลาครอบครัว เพื่อนฝูง หรือบรรยากาศที่คุ้นเคย ทำให้เกิดความรู้สึกว่างเปล่าหรือโดดเดี่ยว 3 แนวทาง “รีเซ็ตใจ” ให้กลับมาฟิต สภากาชาดไทยขอเชิญชวนทุกคนมาดูแลใจตัวเองด้วยวิธีง่ายๆ เพื่อให้การเริ่มต้นใหม่เต็มไปด้วยพลัง ใจดีกับตัวเองและให้เวลากับการปรับตัว อย่ากดดันตัวเองว่าต้องเริ่มงานด้วยความเร็วเต็มร้อยในวันแรก ลองอนุญาตให้ตัวเองค่อยๆ ปรับจังหวะอย่างมีสติ ใจดีกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น และยอมรับว่าความเหนื่อยล้าในช่วงแรกเป็นเรื่องธรรมดาของการเริ่มต้น ฟื้นฟูร่างกายด้วยการพักผ่อนที่มีคุณภาพ จิตใจที่เข้มแข็งต้องอาศัยร่างกายที่พร้อม การกลับมานอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยชาร์จพลังงานที่สูญเสียไปจากการเดินทางหรือการทำกิจกรรม ให้สมองพร้อมรับมือกับปัญหาและจัดการงานตรงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ค้นหา “ความสุขเล็กๆ” ในการทำงาน ลองลิสต์รายการสิ่งดี ๆ 3 อย่างที่ทำให้คุณอยากกลับมาทำงาน เช่น การได้เจอเพื่อนร่วมงานที่คุยสนุก เมนูอาหารกลางวันเจ้าโปรดใกล้ที่ทำงาน…

มีนาคมพลังแห่งสตรี ผู้หญิงกับบทบาทสำคัญในภารกิจสภากาชาดไทย

เดือนมีนาคมของทุกปีเป็นช่วงเวลาที่ทั่วโลกร่วมรำลึกและตระหนักถึงความสำคัญของ “วันสตรีสากล” (8 มีนาคม) วันที่สะท้อนถึงพลัง ความสามารถ และบทบาทของผู้หญิงในการขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวหน้าอย่างเท่าเทียม สำหรับประเทศไทย งานด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพลังของสตรีในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้นำองค์กร บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ภาคสนาม ตลอดจนอาสาสมัครที่ร่วมแรงร่วมใจ เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ ความเป็นมาของวันสตรีสากล และความสำคัญในบริบทงานมนุษยธรรม “วันสตรีสากล” (International Women’s Day)  มีต้นกำเนิดจากการเคลื่อนไหวของแรงงานหญิงตั้งแต่ยุคต้นของศตวรรษที่ 20  โดยผู้หญิงทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สิทธิในการทำงาน และสิทธิเสรีภาพทางสังคม ก่อนจะได้รับการยอมรับอย่างเป็นสากลในฐานะวันเพื่อรำลึกถึงบทบาทและความเสียสละของผู้หญิงทั่วโลก ในบริบทของงานมนุษยธรรม วันสตรีสากลยังเป็นการส่งเสริมบทบาทผู้หญิงมากขึ้น โดยการยอมรับและสนับสนุนศักยภาพของผู้หญิงให้เข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจช่วยเหลือผู้อื่นทั้งในยามสงบและเวลาเกิดวิกฤต พระราชปณิธานแห่งการให้แบบอย่างของสตรีผู้นำงานสภากาชาดไทย หนึ่งในแบบอย่างสำคัญของสตรีผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อภารกิจมนุษยธรรม คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย    และทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ พระองค์ทรงริเริ่มและสนับสนุนโครงการสำคัญของสภากาชาดไทย อาทิ การส่งเสริมงานบริการโลหิตแห่งชาติ เพื่อให้มีโลหิตเพียงพอสำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศ การพัฒนาหน่วยแพทย์และหน่วยบรรเทาทุกข์ เพื่อเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกล การส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ควบคู่กับการดูแลสุขภาพและสวัสดิการพื้นฐาน พระราชกรณียกิจเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของสตรีในฐานะผู้นำที่ทรงใช้ “ความเมตตาและความเข้มแข็ง” ควบคู่กันอย่างงดงามและเป็นแรงบันดาลใจแก่บุคลากรและอาสาสมัครกาชาดทั่วประเทศ พลังของสตรีในทุกภารกิจของสภากาชาดไทย นอกเหนือจากบทบาทผู้นำระดับสูงแล้ว ผู้หญิงยังเป็นกำลังสำคัญในทุกภาคส่วนขององค์กร…

ภาพการ์ตูนผู้หญิงเสื้อม่วงอุ้มแมวสีเทาและสุนัข 2 ตัวยืนข้างๆ

สัตว์เลี้ยงบำบัด: เพื่อนคู่ใจที่ช่วยเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจ

คุณรู้หรือไม่ว่า… “สัตว์เลี้ยงบำบัด” หรือที่หลายคนเรียกว่า Therapy Animals กำลังกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกเสริมในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเครียดทางจิตใจ แต่ยังส่งผลดี  ต่อสุขภาพร่างกายอย่างชัดเจนอีกด้วย ปัจจุบัน หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ได้เริ่มนำสัตว์บำบัดมาใช้ร่วมกับการรักษา          ในโรงพยาบาล สถานดูแลผู้สูงอายุ หรือศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดีทั้งในด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย งานวิจัยพบว่า สัตว์บำบัดช่วยลดความเครียดและภาวะวิตกกังวลได้จริง จากงานวิจัยเรื่อง “Psychiatric Assistance Dog Use for People Living With Mental Health Disorders” ที่ศึกษาในประเทศออสเตรเลีย โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้ป่วยปัญหาสุขภาพจิต 200 คน ได้แก่ ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และภาวะเครียดจากเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) พบว่า มากถึง 94% ของผู้เข้าร่วมการศึกษารายงานว่าความเครียดและความวิตกกังวลลดลง เมื่อได้มีปฏิสัมพันธ์กับสุนัขบำบัด แสดงให้เห็นว่าสุนัขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนคลายเหงา แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ป่วยอีกด้วย  สัตว์บำบัดช่วยเราอย่างไรบ้าง? 💕 เยียวยาจิตใจ งานวิจัยทางจิตวิทยาหลายชิ้นยืนยันว่า การมีสัตว์เลี้ยงอยู่ใกล้ชิดช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น โดยส่งผล   ต่อระดับฮอร์โมนในร่างกาย เช่น…

ภาพการ์ตูนผู้หญิงมีผืนสีแดงที่แขนข้างขวา

รู้จักโรคงูสวัดก่อนสาย ป้องกันไว้ ใจสบายกว่า

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคงูสวัดในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ข้อมูลทั่วโลกพบว่าโรคนี้เกิดขึ้นประมาณ 3 – 5 คนต่อประชากร 1,000 คนต่อปี และในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ตัวเลขนี้อาจเพิ่มเป็น 7–12 คนต่อ 1,000 คนต่อปี นอกจากนี้ พบว่าผู้หญิงมีโอกาสเป็นงูสวัดมากกว่าผู้ชาย งูสวัด (Shingles) หรือในชื่อทางการแพทย์ว่า Herpes Zoster เป็นโรคที่เกิดจากไวรัส                    ชื่อ Varicella-Zoster ซึ่งเป็นไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เราเป็นโรคอีสุกอีใสในวัยเด็ก แม้ว่าอีสุกอีใสจะหายแล้ว แต่ไวรัสนี้ยังคงแฝงตัวอยู่ในร่างกาย โดยไปซ่อนอยู่ในปมประสาท และเมื่อร่างกายอ่อนแอหรือภูมิคุ้มกันลดลง ไวรัสก็อาจกลับมาก่อโรคอีกครั้งในรูปแบบของ “งูสวัด” อาการ หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณของโรคงูสวัด ควรสังเกตและรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม ปวดแสบปวดร้อนก่อนผื่นขึ้น เริ่มต้นด้วยอาการปวดแสบ เสียวแปลบ หรือปวดลึกบริเวณผิวหนัง โดยมักเกิดขึ้นตามแนวเส้นประสาท และเกิดก่อนที่จะเห็นผื่นหรือตุ่มน้ำ มีผื่นหรือตุ่มน้ำใสเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย ตุ่มน้ำใสจะขึ้นเรียงตัวตามแนวเส้นประสาท เช่น บริเวณลำตัวหรือใบหน้า มักเกิดแค่ซีกใดซีกหนึ่ง ไม่ลามทั้งสองข้าง…

ริมฝีปากจูบสีแดงข้อความแสดงหัวข้อ โรคจูบ

โรคจูบไม่ได้หวานอย่างที่คิด รู้ทันโรคติดเชื้อจากไวรัส EBV

หลายคนอาจมองว่า “จูบ” เป็นการแสดงความรัก ความใกล้ชิด หรือความผูกพันระหว่างคนสองคน แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังความโรแมนติกนี้ อาจแฝงด้วยภัยเงียบที่ไม่ทันระวัง หนึ่งในโรคที่สามารถติดต่อผ่านการจูบได้คือ โรคจูบ (Kissing Disease) หรือชื่อทางการว่า โรคโมโนนิวคลิโอซิส (Infectious Mononucleosis: IM) โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส เอปสไตน์-บาร์ (Epstein-Barr Virus: EBV) ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านสารคัดหลั่ง โดยเฉพาะ น้ำลาย การติดต่อมักเกิดจากการจูบ การไอ จาม หรือแม้แต่การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อ แม้โรคจูบจะสามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะคือ เด็กเล็ก เช่น ในกรณีที่พ่อแม่หรือผู้ใหญ่หอมแก้มเด็ก เด็กอาจได้รับเชื้อโดยไม่รู้ตัว จึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจและระมัดระวัง เพราะแม้จะเป็นเพียงพฤติกรรมเล็กๆ แต่ก็อาจนำไปสู่การติดเชื้อที่ไม่คาดคิดได้ อาการของการติดเชื้อจากโรคจูบ มักจะคล้ายกับไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ในระยะแรก                       โดยอาการหลัก ๆ มีดังนี้ ไข้สูง โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เจ็บคอ อาจคล้ายกับการติดเชื้อคออักเสบจากแบคทีเรีย (เช่น ทอนซิลอักเสบ) ต่อมน้ำเหลืองโต โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ และขาหนีบ อ่อนเพลีย…

รูปภาพ รักตับต้องลด Junk Food เริ่มก่อนที่ไขมันจะพอก

รักตับต้องลด Junk Food เริ่มก่อนที่ไขมันจะพอก

ในยุคที่ชีวิตหมุนเร็วและเร่งรีบ หลายคนเลือก “อาหารจานด่วน” เป็นทางออกของความหิว เพราะหาง่าย กินสะดวก และรสชาติดีจนติดใจไม่รู้ตัว แต่เบื้องหลังของความอร่อยที่ไม่ต้องรอนานเหล่านั้น กลับซ่อน “ภัยเงียบ” ที่ค่อย ๆ ทำลายสุขภาพอย่างช้า ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เรียกได้ว่าเป็น Junk Food Lover คนที่บริโภคอาหารจานด่วนเป็นประจำจนกลายเป็นนิสัย