รักษา “สิว” อย่างไรดี

รักษา “สิว” อย่างไรดี ? “สิว” เรื่องเล็ก ๆ แต่สามารถสร้างความกังวลใจให้กับเราได้ โดยเฉพาะปัญหาสิวบนใบหน้า โดยสิวสามารถแยกประเภทได้ 4 ประเภท คือ สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวหัวหนอง และสิวหัวช้าง ไม่ว่าสิวชนิดไหน ๆ เมื่อเกิดขึ้นบนใบหน้าที่เคยเรียบเนียนเกลี้ยงเกลา หลายคนอาจรู้สึกไม่มั่นใจที่จะออกไปพบปะผู้คน และคิดหาหนทางว่าจะรักษาสิวอย่างไรดี กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จึงได้คิดค้นพัฒนาสูตรตำรับขึ้นมา เพื่อให้แพทย์เลือกใช้ในการรักษาสิวของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งการรักษาสิวด้วยยาจะใช้เพียงแค่ยาทาภายนอก หรืออาจต้องรับประทานยาควบคู่ไปด้วยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิว หากเป็นสิวอุดตันก็สามารถใช้ยาทาเพื่อรักษาได้ แต่หากเป็นสิวที่รุนแรง เช่น สิวเป็นไตลึก อาจจะต้องใช้ยาทาร่วมกับยารับประทาน ซึ่งแนวทางในการรักษาสิวนั้นควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผิวหนัง เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ผิวหน้ากลับมาเนียนเกลี้ยงเกลาได้เหมือนเดิม สำหรับผลิตภัณฑ์ที่กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้คิดค้นพัฒนาสูตรตำรับและผลิตขึ้นมาใช้ภายในโรงพยาบาลเพื่อรักษาสิว ในปัจจุบันมีรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้ กลุ่ม Retinoid หรืออนุพันธุ์ของวิตามินเอ ยากลุ่มนี้ใช้สำหรับรักษาสิวอุดตันผลิตออกมาทั้งในรูปแบบครีม เจล และโลชั่น สำหรับรูปแบบครีมและโลชั่นจะมีความเข้มข้นของตัวยาอยู่ 3 ระดับให้เลือกใช้ คือ 0.025%…

“ยุง”…ภัยร้ายฤดูฝน

หากอยู่ในพื้นที่มียุงระบาด และมีอาการไข้สูง 3-4 วัน พึงสงสัยว่าอาการดังกล่าวอาจเกิดจากยุงได้ รวมถึง หากกลับจากท่องเที่ยวป่าและมีไข้สูง หนาวสั่น ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินการรักษาที่ถูกต้อง เหมาะสมต่อไป

ภัยร้ายจากชานมไข่มุก

ธุรกิจชานมไข่มุกเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนผู้สูงอายุต่างก็นิยมชมชอบเครื่องดื่มชนิดนี้ที่มีการผสมส่วนประกอบต่าง ๆ โดยเฉพาะเมื่อเพิ่มลูกเล่นใหม่มากมาย เช่น เพิ่มชีส ช็อคโกแลต หรือบราวน์ชูก้า ที่กำลังมาแรง ก็ยิ่งเสริมเทรนด์เครื่องดื่มให้เป็นที่ติดอกติดใจมากขึ้น การดื่มชานมไข่มุกมากเกินปริมาณที่แนะนำต่อวันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลเสียต่อสุขภาพของทุก ๆ วัย วัยที่น่าเป็นกังวลที่สุด คือ วัยเด็ก การบริโภคชานมไข่มุกมีภัยต่อสุขภาพมากกว่าเรื่องน้ำหนักเกิน เพราะเด็กอาจมีพฤติกรรมติดหวาน ส่วนผสมแฝงทั้งปริมาณน้ำตาลสูง และอาจมีสารกันบูด เป็นภัยต่อสุขภาพและอาจสร้างปัญหาขาดสารอาหารได้ การได้รับปริมาณน้ำตาลเกินต่อวันเป็นประจำ ส่งผลให้เด็กติดหวาน ทำให้เสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระบบเผาผลาญมีปัญหาตั้งแต่อายุยังน้อย มีโอกาสเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคไขมันในเลือดผิดปกติ รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นภัยเงียบที่อาจจะรู้ตัวเมื่อสายเกินไป สาเหตุของโรคมาจากพฤติกรรมชอบทานอาหารรสหวาน มัน เค็ม เกินมาตรฐาน ยังไม่นับสารปนเปื้อนอื่น ๆ ที่ผู้บริโภคไม่มีทางรู้ว่าชานมไข่มุกแต่ละยี่ห้อนั้น มีส่วนผสมของอะไรบ้าง จากการสำรวจของกรมอนามัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลมากถึงวันละ 20 ช้อนชา เกินกว่าปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำถึง 3 เท่า ในขณะที่สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคอ้วนก็พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ชอบเครื่องดื่มรสหวาน ทำให้เด็กไทยจำนวนมากในยุคนี้มีภาวะน้ำหนักเกิน รวมถึงกลายเป็นเด็กอ้วนเพิ่มขึ้น…

โรคตาแดงระบาดในหน้าฝน

“โรคตาแดง ” หากได้รับเชื้อโรคต่าง ๆ จนทำให้เป็นโรคตาแดง จะเกิดได้ภายใน 1-2 วัน และระยะการติดต่อไปยังผู้อื่นประมาณ 14 วัน อาการ ตาขาวมีสีแดงเรื่อ ๆ ระคายเคือง แสบตา น้ำตาไหล มีขี้ตา มากกว่าปกติ หากเกิดจากการแพ้ จะรู้สึกคันตา แสบตา มีน้ำตาไหล

เข้าใจโรคซึมเศร้าในวัยรุ่น

เหตุการณ์การฆ่าตัวตายของนิสิตและนักศึกษาหลายรายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ก่อให้เกิดกระแสตื่นตัวเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าและปัญหาการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นในสังคมไทย โดยอาการเศร้าเป็นอารมณ์ทั่วไปที่เกิดขึ้นได้สำหรับมนุษย์ แต่กระบวนการฟื้นฟูจากอาการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หลายคนเมื่อเศร้าแล้วกลับมาสู่สภาพเดิมได้ แต่หลายคนมีอาการซึมเศร้าหนักขึ้น และกลายเป็นโรคซึมเศร้าตามมา มีงานวิจัยที่ชี้ว่าอาการซึมเศร้าจะถูกกระตุ้นจากอาการเสียศูนย์จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การถูกประเมิน คะแนนสอบ เมื่อผิดหวังไม่ได้สิ่งที่ต้องการก็จะเสียศูนย์ หรือแม้แต่ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ความรัก ความสัมพันธ์ และความรู้สึกผิด ก็ล้วนมีผลเช่นกัน แม้แต่คนที่เกิดอาการเสียศูนย์อย่างฉับพลันก็ไม่เหมือนกัน แต่ละคนมีวิธีรับมือต่างกัน ขึ้นอยู่กับสิ่งที่อยู่ภายในตัวว่าจะทำให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นร้ายแรงแค่ไหน เนื่องจากคนแต่คนมีประสบการณ์ชีวิตต่างกัน มีรูปแบบความคิดต่างกัน มองโลกไม่เหมือนกัน และเป็นเหตุให้การแสดงออกของแต่ละบุคคลต่างกันไปด้วย บุคคลที่มีอาการซึมเศร้าอาจมีพฤติกรรมบางประการที่ต้องการความช่วยเหลือและการสนับสนุน ดังนั้น ปัจจัยแวดล้อม เช่น ครู เพื่อน ครอบครัว จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นที่พึ่งพิง จากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้าในนักศึกษาพบว่า นักศึกษาที่เรียนชั้นปีสูง ยิ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่า และมีมากกว่าร้อยละ 6.4 ที่ฆ่าตัวตาย ชีวิตของนักศึกษากว่า 50 เปอร์เซ็นต์เกี่ยวข้องกับการเรียนหนังสือ ดังนั้น ครู อาจารย์จึงมีบทบาทสูงมากในความชอบหรือไม่ชอบในการเรียน ขณะเดียวกันคนที่นักศึกษาขอรับความช่วยเหลือเป็นคนแรก คือ เพื่อน ส่วนสาเหตุของการฆ่าตัวตายมาจากปัญหาการทะเลาะกับคนใกล้ชิด รวมถึงปัญหาจากการเรียนหนังสือ เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น การสอบได้คะแนนไม่ตรงตามความคาดหวัง คือตัวแปรที่ทำให้เด็กอาจเกิดการเสียศูนย์ เด็กที่สอบได้คะแนนดีมาตลอด…

22 ปี สถานีเพาะเลี้ยงม้าและสัตว์ทดลอง สภากาชาดไทย

สถานีเพาะเลี้ยงม้าและสัตว์ทดลอง สภากาชาดไทย เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ก่อตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ก่อตั้งขึ้นในปี 2465 โดยเริ่มแรกจากการผลิตวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และต่อมามีการผลิตเซรุ่มแก้พิษงู เซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ในปี 2471 สถานเสาวภา ได้ใช้ตึก “เสรฐภักดี” และ “ตึกราชูปถัมภ์” ภายในสถานเสาวภา เป็นสถานที่เลี้ยงม้าสำหรับใช้ผลิตเซรุ่มแก้พิษงู เมื่อมีความต้องการใช้เซรุ่มแก้พิษงูมากขึ้น จึงจำเป็นต้องขยายการเลี้ยงม้าให้มากกว่าเดิม จึงได้ย้ายสถานที่เลี้ยงม้าไปที่ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และในปี 2524 ความต้องการใช้ม้าในการผลิตเซรุ่มเพิ่มขึ้นอีก สภากาชาดไทยจึงได้จัดหาที่ดินริมแม่น้ำป่าสัก ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรีเพื่อให้สถานเสาวภาใช้เป็นพื้นที่สำหรับสร้างสถานที่เลี้ยงม้าแห่งใหม่ โดยใช้ชื่อว่าสถานีเพาะเลี้ยงม้าวังม่วง แต่เนื่องด้วยขณะนั้นมีโครงการก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ ตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก ในโครงการพระราชดำริ สถานีเพาะเลี้ยงม้าวังม่วงจึงอยู่ในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมหากเขื่อนกักเก็บน้ำสร้างเสร็จ จึงต้องหาสถานที่แห่งใหม่ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สภากาชาดไทยจึงได้รับพระราชทานให้ใช้พื้นที่ตรงเขตติดต่อของตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และตำบลไร่ใหม่พัฒนา…

ฟังอย่างปลอดภัย

ฟังอย่างปลอดภัย หูของคนเรามีเพียงชุดเดียว หากถูกเสียงดังเกินไปมาทำลาย เราอาจจะต้องประสาทหูเสื่อมไปทั้งชีวิต สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกันประสาทหูของเรา โดยการฟังอย่างปลอดภัย เพราะปัญหาการได้ยินกว่า 60% สามารถป้องกันได้ วันการได้ยินของโลกปีนี้ (World Hearing Day 2022) องค์การอนามัยโลกอยากให้แพทย์ทุกคนร่วมกันสื่อให้ประชาชนเข้าใจว่า การฟังอย่างปลอดภัยคืออะไร ? ก่อนหน้านี้หลายคนอาจรู้สึกว่า วันไหนที่เราได้ยินไม่ชัด หรือพบเจอผู้สูงอายุที่ได้ยินไม่ชัด ก็จะรู้สึกว่าไม่เป็นไร เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่มีอายุมาก แต่ความจริงแล้วสาเหตุของภาวะสูญเสียการได้ยินมีหลายสาเหตุด้วยกัน ได้แก่ อายุที่มากขึ้น กรรมพันธุ์ การได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ขี้หูตัน เยื่อแก้วหูทะลุ โรคต่าง ๆ เช่น โรคติดเชื้อ เนื้องอก หินปูนเกาะกระดูก หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียงดังเป็นเวลานาน ปัญหาหูตึง นำมาซึ่งผลกระทบทางสุขภาพต่าง ๆ มากมาย สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของปัญหาหูตึง คือ ความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม เนื่องจากหากหูได้ยินไม่ชัด จะส่งผลให้สมองขาดการกระตุ้น เพราะไม่ได้พูดคุย ไม่ได้สื่อสารกับผู้คน การที่สมองของขาดการกระตุ้นก็จะค่อย ๆ เสื่อมถอยลง และนำมาสู่ปัญหาสมองเสื่อมในที่สุด บางคนอาจจะนำมาสู่ปัญหาการสื่อสาร ทำให้แยกตัวออกจากสังคม ไม่สามารถพูดคุยกับลูก เพื่อนฝูง…