องค์กรกาชาดระดมทุน

กลุ่มองค์กรกาชาด ระดมทุนเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในการต่อสู้กับ COVID-19

กลุ่มองค์กรกาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ระดมทุนจำนวน 26,400 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในการต่อสู้กับ COVID-19 เจนีวา-กลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ประกาศระดมทุนฉุกเฉินจำนวน 800 ล้านสวิสฟรังก์ หรือประมาณ 26,400 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้เปราะบางให้สามารถยับยั้งและฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) แม้ว่าเชื้อไวรัส COVID-19 จะแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้วก็ตาม แต่การช่วยให้ผู้คนเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นจะสามารถช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อและลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้น้อยลง ฟรานเซสโก ร็อกกา ประธานสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) กล่าวว่า “ภาวะการระบาดใหญ่ไปทั่วโลกในครั้งนี้กำลังทำให้ระบบสาธารณสุขทั่วทั้งระบบตกอยู่ในความเสี่ยง และสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระบบสาธารณสุขไม่เข้มแข็งหรือขาดแคลน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาคมจะต้องร่วมกันอย่างแข็งขันเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์และหยุดยั้งไวรัสนี้ให้ได้ ทุกคนล้วนได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เหมือนกัน แต่ผู้อพยพย้ายถิ่นและผู้พลัดถิ่น ผู้ไร้บ้าน และผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ถือเป็นกลุ่มคนที่มีการติดเชื้อมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็เป็นกลุ่มคนที่เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขน้อยที่สุด และยังเป็นผู้ที่เดือดร้อนจากการสูญเสียรายได้มากสุดด้วย เราจะต้องไม่ลืมพวกเขา เราจะต้องเสริมกำลังสนับสนุนเหล่าอาสาสมัครสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงของเรา ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าของการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งนี้ให้แข็งแกร่ง” กลุ่มองค์กรกาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ มีการดำเนินงานแบ่งเป็นสามส่วน ได้แก่ การดำเนินงานโดยคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) และ สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงประจำแต่ละประเทศจำนวน 192 ประเทศ IFRC อยู่ระหว่างการระดมทุนจำนวน 550 ล้านสวิสฟรังก์…

สถานเสาวภา ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

สถานเสาวภา ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 สำหรับผู้มารับบริการฉีดวัคซีน ฝ่ายบริการและวิจัยคลินิก สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ประกาศมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับผู้มารับบริการฉีดวัคซีน โดย งดให้บริการชาวต่างชาติที่ได้รับวีซ่าท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าประเทศไทย งดให้บริการผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศไม่ถึง 14 วัน และงดให้บริการผู้ที่มีประวัติใกล้ชิด หรือสัมผัสกับผู้ที่เข้าข่ายหรือติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หากผู้มารับบริการยังอยู่ในระยะเวลา 14 วันหลังสัมผัสโรค พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนเวลาทำการ เป็น วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. และปิดทำการวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 สอบถามโทร. 0 2252 0161-4 และ 0 2252 0167 หรือ www.saovabha.com

อาจารย์ประพันธ์รับหนังสือขอโทษ

ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ฯ รับหนังสือขอโทษ หลังถูกกล่าวหากรณีพีทคนเลือดบวก

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย รับหนังสือขอโทษจาก นายแพทย์ชเนษฎ์ ศรีสุโข จากกรณีแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กพาดพิงและกล่าวหาประเด็น “พีทคนเลือดบวก” ณ สำนักงานแพทยสภา สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สืบเนื่องจากกรณีพีทคนเลือดบวกออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องการตรวจไม่เจอเชื้อเอชไอวี (Undetectable) เท่ากับการไม่แพร่เชื้อเอชไอวี (Untransmittable) หรือ U=U ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งกลายเป็นที่วิพากษณ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวางนั้น นายแพทย์ชเนษฎ์ ศรีสุโข ได้ใช้เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นพาดพิงและกล่าวหา ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ฯ โดยไม่ได้วิเคราะห์ข้อเท็จจริง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน จนนำไปสู่การร้องเรียนต่อแพทยสภา ทั้งนี้ นายแพทย์ชเนษฎ์ ศรีสุโข สำนึกผิด จึงได้ยื่นหนังสือขอโทษต่อ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย โดยหนังสือขอโทษมีข้อความดังนี้ “สืบเนื่องมาจากกรณีพีทคนเลือดบวกที่ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องการตรวจไม่เจอเชื้อเอชไอวี (Undectatable) เท่ากับการไม่แพร่เชื้อเอชไอวี (Untransmittable) หรือ U=U ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งกลายเป็นที่วิพากษณ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง และข้าพเจ้าได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้บนเฟซบุ๊คภายใต้ชื่อ ชเนษฎ์ ศรีสุโข (Chanesd…

ประชุมคณะกรรมการสภากาชาดไทย 336

ทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสภากาชาดไทย ครั้งที่ 336

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2563 เวลา 13.58 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เสด็จขึ้นชั้น 12 โซน B และเสด็จเข้าห้องประชุมใหญ่ พระราชทานประกาศนียบัตรกำกับพัดกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 แก่พระสงฆ์ผู้บริจาคโลหิตครบ 100 ครั้ง พระราชทานประกาศนียบัตรกำกับเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 แก่ผู้บริจาคเงิน ผู้ช่วยเหลืองานและสนับสนุนกิจกรรมในด้านต่าง ๆ ผู้ช่วยเหลือกิจการของเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากกระแสโลหิต และผู้บริจาคโลหิตครบ 100 ครั้ง ในการนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ทายาทผู้บริจาคดวงตาและทายาทผู้บริจาคอวัยวะ ซึ่งสภากาชาดไทยได้นำไปใช้ประโยชน์แล้ว เข้ารับพระราชทานประกาศนียบัตร เข็ม และบัตรสมาชิกกิตติมศักดิ์ ต่อมา เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) เสด็จขึ้นชั้น 9 และเสด็จเข้าห้องประชุมเล็ก พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่าง ๆ เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล…

มาตรการสภากาชาดไทย ฉบับที่ 4

ประกาศสภากาชาดไทย มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ฉบับที่ 4

ประกาศสภากาชาดไทย มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ฉบับที่ 1  ประกาศสภากาชาดไทย มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ฉบับที่ 2 ประกาศสภากาชาดไทย มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ฉบับที่ 3

งดจัดงานวันศูนย์รับบริจาคอวัยวะ

ประกาศงดจัดงานวันศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย

ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ประกาศงดจัดงานวันศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ประจำปี 2563 ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563 เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 

วอนบริจาคเลือด

กาชาดวางมาตรการเข้ม หน่วยรับบริจาคโลหิตทั่วประเทศปลอด COVID-19

กาชาดประกาศสร้างความเชื่อมั่นวางมาตรการเข้ม ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และหน่วยรับบริจาคทุกภาคบริการโลหิตทั่วประเทศเป็นสถานที่สะอาดปลอด COVID-19 วิกฤติ COVID-19 ส่งผลกระทบบริจาคโลหิตน้อย ไม่เพียงพอ วอนคนไทย ต้องช่วยกัน   ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย วอนคนไทยต้องช่วยกันบริจาคโลหิตอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยผู้ป่วยทั่วประเทศ ชี้สถานการณ์การระบาด COVID-19 ส่งผลกระทบผู้บริจาคโลหิตลดลงอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ได้รับโลหิตไม่ถึงวันละ 1,000 ยูนิต อยู่ในภาวะโลหิตสำรองไม่เพียงพอ พร้อมประกาศเป็นแกนกลางสร้างมาตรการเข้มเป็นสถานที่สะอาดปลอด COVID-19 สร้างความมั่นใจความปลอดภัยทั้งผู้บริจาคโลหิต และการส่งต่อโลหิตที่ปลอดภัยไปยังผู้ป่วยทั่วประเทศ    รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มส่งผลกระทบกับการบริจาคโลหิตภายในศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต จากเป้าหมายที่ต้องได้รับโลหิตวันละ 2,000-2,500 ยูนิต ได้รับโลหิตลดลงเฉลี่ยวันละ 1,400 ยูนิต ต่อเนื่อง 3 วัน อีกทั้งหลายหน่วยงานที่ได้นัดหมายล่วงหน้าในการจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตแจ้งยกเลิกจำนวนมาก เนื่องจากมีการเฝ้าระวังการเข้าพื้นที่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดทำให้จำนวนการบริจาคโลหิตลดลงต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ไม่ถึงวันละ 1,000 ยูนิต อยู่ในภาวะโลหิตสำรองไม่เพียงพอจ่ายให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศแล้ว หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป จะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาอย่างยิ่ง    …

หน่วยเรือเวชพาหน์ จ.อุทัยธานี

หน่วยแพทย์เคลื่อนที่เรือพระราชทานเวชพาหน์ ให้บริการรักษาประชาชน จ.อุทัยธานี

สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เรือพระราชทาน “เวชพาหน์” ออกปฏิบัติงานให้บริการทางการแพทย์ ประกอบด้วย การตรวจรักษาโรคทั่วไป การรักษาโดยวิธีฝังเข็มประยุกต์ การบริการทางด้านทันตกรรม การให้ความรู้เกี่ยวกับสภากาชาดไทย และการให้ความรู้ด้านสุขศึกษา แก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค มอบรถเข็นสำหรับผู้ป่วยให้แก่ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ และมอบตู้ยาสามัญประจำบ้านให้แก่ชุมชนในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ระหว่างวันที่ 2-6 มีนาคม 2563 ดังนี้ – วันที่ 2 มีนาคม 2563 ณ วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม (วัดทุ่งแก้ว) พระอารามหลวง อ.เมืองอุทัยธานี – วันที่ 3 มีนาคม 2563 ณ วัดหลุมเข้า อ.หนองขาหย่าง – วันที่ 4 มีนาคม 2563  ณ วัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง – วันที่ 5 และ 6 มีนาคม 2563…

จัดหาหน้ากากอนามัย

เหล่ากาชาดจังหวัดเร่งจัดหาหน้ากากอนามัยแจกจ่ายประชาชน

ปัจจุบันหน้ากากอนามัยมีราคาสูงและขาดแคลน สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน สภากาชาดไทยจึงได้ดำเนินการให้เหล่ากาชาดจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เร่งจัดหาหน้ากากอนามัยสำหรับแจกจ่ายประชาชน โดยเฉพาะผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ พร้อมทั้งให้ความรู้กับประชาชน เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรค COVID-19 โดยเน้นในแหล่งชุมชนแออัด สถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ เป็นต้น ในเบื้องต้นบางจังหวัดอยู่ในกระบวนการสั่งผลิตและบางจังหวัดได้ทยอยแจกจ่ายให้แก่ประชาชนแล้ว 

ประกาศสภากาชาดไทย มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ฉบับที่ 3

ประกาศสภากาชาดไทย มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ฉบับที่ 1  ประกาศสภากาชาดไทย มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ฉบับที่ 2