ประธานกิตติมศักดิ์จากสภากาชาดเซเชลล์เข้าเยี่ยมคารวะเลขาธิการสภากาชาดไทย

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 Mr. Chrystold Archange Chetty ประธานกิตติมศักดิ์ของกาชาด   เซเชลล์ เข้าเยี่ยมคารวะนายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วย ดร.อภิชาติ ชินวรรโณ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายการต่างประเทศ  โดยได้หารือกันในเรื่องของกิจกรรมด้านมนุษยธรรมของทั้งสองสภากาชาด และการประชุมสมัชชาใหญ่สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดง ครั้งที่ 25 ซึ่งเป็นการประชุมรวมสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงจากทั่วโลก ในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานมนุษยธรรมร่วมกัน โดยมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2569 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

HPV รู้ทัน ป้องกันได้ ก้าวสำคัญสู่การลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทั่วโลก โดยสาเหตุสำคัญเกือบทั้งหมดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ การทำความรู้จักกับเชื้อ HPV และแนวทางการป้องกันที่ถูกต้องจึงเป็นก้าวสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว HPV คืออะไร และมีความเสี่ยงอย่างไร HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นกลุ่มไวรัสที่มีหลายสายพันธุ์ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ สายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ สายพันธุ์ความเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งปากมดลูก รวมถึงมะเร็งชนิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV เชื้อ HPV ติดต่อได้อย่างไร การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ (sexual intercourse) นอกจากนี้ การสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น น้ำลายหรือเลือด ก็อาจเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้เช่นกัน เนื่องจากผู้ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่มีอาการผิดปกติ จึงสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว มะเร็งปากมดลูกมีอาการอย่างไร มะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ตรวจพบความผิดปกติจากการตรวจภายในหรือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเมื่อโรคดำเนินไป อาจพบอาการ เช่น มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด มีตกขาวผิดปกติหรือมีเลือดปน อย่างไรก็ตาม การรอให้เกิดอาการอาจทำให้โรคอยู่ในระยะที่ลุกลามแล้ว ดังนั้น การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม…

ทำความรู้จัก PTSD แผลใจหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

เหตุการณ์สะเทือนขวัญจากอุบัติเหตุ ความสูญเสีย หรือภัยพิบัติ อาจทิ้งบาดแผลทางใจไว้โดยไม่รู้ตัว แม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้ว แต่บางคนยังคงรู้สึกหวาดกลัว นอนไม่หลับ หรือมีภาพเหตุการณ์ย้อนกลับมาอยู่เสมอ จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ภาวะดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของ “โรคเครียดภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ” หรือ PTSD (Post-traumatic Stress Disorder) ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่ไม่ควรมองข้าม PTSD คืออะไร? PTSD หรือ โรคเครียดภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เป็นความผิดปกติทางจิตใจที่เกิดขึ้นหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรงหรือสถานการณ์ที่คุกคามต่อชีวิต เช่น อุบัติเหตุร้ายแรง ภัยพิบัติ ความสูญเสียหรือเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวอย่างรุนแรง แม้เหตุการณ์จะจบลงแล้ว แต่ผู้ป่วยอาจยังรู้สึกราวกับเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นซ้ำอยู่ตลอดเวลา อาการที่ควรสังเกต? ผู้ที่มีภาวะ PTSD อาจมีอาการแตกต่างกันไป แต่สัญญาณที่พบได้บ่อย ได้แก่ รู้สึกเหมือนเหตุการณ์เดิมย้อนกลับมา เช่น ฝันร้าย หรือมีภาพเหตุการณ์ติดอยู่ในความคิด พยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ บุคคล หรือบทสนทนาที่ทำให้นึกถึงเหตุการณ์นั้น มีอารมณ์หรือความคิดเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ เช่น รู้สึกห่างเหิน ไม่อยากเข้าสังคม หรือไม่สามารถรู้สึกมีความสุขได้เหมือนเดิม ตื่นตัวมากกว่าปกติ เช่น นอนไม่หลับ ตกใจง่าย หวาดระแวง หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดเวลา บางรายอาจมีภาวะซึมเศร้า หรือพึ่งพาแอลกอฮอล์ร่วมด้วย…

infographic ข้อมูลการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา

ส่งมอบความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา

สภากาชาดไทยได้ส่งมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น จำนวน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 ล้านบาท แก่กาซาดเวเนซุเอลา เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในสาธารณรัฐโบลีวาร์แห่งเวเนซุเอลา สืบเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องกันบริเวณทางตอนเหนือของประเทศ ใกล้กรุงการากัส เมืองหลวงของสาธารณรัฐโบลีวาร์แห่งเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหายและพังถล่มเป็นจำนวนมาก มีผู้เสียชีวิตนับพันราย รวมทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญหายอีกหลายหมื่นราย ปัจจุบัน รัฐบาลเวเนซุเอลาได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ขณะที่กาชาดเวเนซุเอลากำลังเร่งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สภากาชาดไทยขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา โดยสามารถร่วมบริจาคได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้

เจ้าหน้าที่สภากาชาดฟิลิปปินกำลังค้นหาผู้สูญหายภายใต้อาคารถล่ม

ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในฟิลิปปินส์

สภากาชาดไทยส่งมอบเงินจำนวน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 663,000 บาท) ให้แก่สภากาชาดฟิลิปปินส์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านมนุษยธรรมแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2569 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูด นอกชายฝั่งใกล้จังหวัดซารังกานี ทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางทั่วเกาะมินดาเนา จากรายงานของภาครัฐและองค์กรด้านมนุษยธรรม พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติมากกว่า 346,000 คน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 47 ราย บาดเจ็บประมาณ 680 คน และมีผู้สูญหายอีกหลายสิบราย นอกจากนี้ ยังมีรายงานความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น อาคารราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน โรงยิมเนเซียม และที่อยู่อาศัยของประชาชน สภากาชาดฟิลิปปินส์ได้เร่งระดมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน ซึ่งรวมถึงการแจกจ่ายอาหารปรุงสุก การจัดตั้งบริการสนับสนุนด้านสวัสดิการ การให้การปฐมพยาบาล และการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต นอกจากนี้ ยังมีการส่งหน่วยแพทย์และหน่วยปฏิบัติการลงพื้นที่เพื่อเสริมศักยภาพของระบบสาธารณสุขในท้องถิ่น และช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย

ผู้บริหารถ่ายภาพหมู่คณะกำลังนั่งและถือเกียรติบัตร

ผู้บริหารสภากาชาดไทยเข้าร่วมหลักสูตรผู้นำกาชาด ณ สิงคโปร์

รองศาสตราจารย์ ดร. นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรขบวนการกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงสำหรับผู้บริหารใหม่ ประจำปี 2569 (Movement Induction Course: MIC) ระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2569 ณ Red Cross House สาธารณรัฐสิงคโปร์ การอบรมดังกล่าวจัดโดยความร่วมมือระหว่างสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) และกาชาดสิงคโปร์ เพื่อมุ่งเน้นเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของขบวนการกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ รวมถึงประเด็นสำคัญด้านการทูตเพื่อมนุษยธรรม การบริหารความเสี่ยง หลักธรรมาภิบาล และภาวะผู้นำในองค์กรด้านมนุษยธรรม นอกจากนี้ ยังได้เข้าศึกษาดูงานโครงการ Home Monitoring and Eldercare (HoME+) ของสภากาชาดสิงคโปร์ ซึ่งเป็นระบบติดตามดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน โดยใช้เทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้สูงอายุด้วย

คณะทำงานสภากาชาดร่วมกันถ่ายภาพหมู่บนเวที

ประชุมความร่วมมือระหว่างสภากาชาดไทยและองค์การกาแดงแห่งชาติลาว ครั้งที่ 5

นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานการประชุมความร่วมมือระหว่างสภากาชาดไทยและองค์การกาแดงแห่งชาติลาว ครั้งที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–27 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ผู้เข้าร่วมประชุมรวม 79 คน ประกอบด้วยผู้แทนจากสภากาชาดไทย และองค์การกาแดงแห่งชาติลาว นำโดย Mr. Khamlavanh Chanthalavanh ประธานองค์การกาแดงแห่งชาติลาว ซึ่งทำหน้าที่ประธานร่วม พร้อมด้วยผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) นายสีสะหวาด อินพะจัน เอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทย และผู้แทนจากกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนผลการดำเนินงานความร่วมมือไทย–ลาว หลังการประชุมครั้งที่ 4 โดยครอบคลุมด้านการบรรเทาทุกข์และส่งเสริมสุขภาพ การบริการโลหิต การพัฒนาเยาวชนและอาสาสมัคร การจัดหารายได้ การสื่อสารองค์กร รวมถึงความร่วมมือระดับจังหวัดและแขวงตามแนวชายแดนไทย–ลาว ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดให้การบริการโลหิตและการจัดหารายได้เป็นประเด็นสำคัญในการดำเนินงานความร่วมมือในระยะต่อไป รวมถึงการจัดให้มีกลไกติดตามที่เป็นระบบ นอกจากนี้ คณะผู้แทนองค์การกาแดงแห่งชาติลาวยังได้เข้าศึกษาดูงานที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สำนักงานจัดหารายได้ และสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์

รู้ทันไวรัส ฮันตา ป้องกันโรคจากสัตว์ฟันแทะก่อนสายเกินไป

รู้ทัน “ไวรัสฮันตา” ป้องกันโรคจากสัตว์ฟันแทะก่อนสายเกินไป

หลายคนอาจมองว่า “หนู” เป็นเพียงสัตว์รบกวนภายในบ้านหรือสถานที่ทำงาน แต่ในความเป็นจริง สัตว์ฟันแทะเหล่านี้อาจเป็นพาหะนำโรคสำคัญที่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ หนึ่งในนั้นคือ “ไวรัสฮันตา” (Hantavirus) โรคติดเชื้อที่แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบการระบาด แต่ยังคงเป็นโรคที่ควรเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด ไวรัสฮันตาติดต่อได้อย่างไร เชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีหนูและสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะสำคัญ เชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลาย รวมถึงการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนเชื้อในอากาศ ซึ่งมักพบในพื้นที่อับทึบหรือบริเวณที่มีหนูอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยพื้นที่เสี่ยงที่ควรระมัดระวัง ได้แก่ ห้องเก็บของหรือโกดังที่ปิดทิ้งไว้นาน โรงนาและพื้นที่ทางการเกษตร บ้านร้างหรือมุมอับที่มีหนูอาศัยอยู่จำนวนมาก พื้นที่ที่มีมูลหนูสะสมและไม่ได้ทำความสะอาดเป็นเวลานาน อาการที่ควรสังเกต อาการเริ่มต้นมักคล้ายไข้หวัดทั่วไปทำให้หลายคนอาจละเลย โดยอาการที่พบได้ เช่น • ไข้สูง • ปวดศีรษะ • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ • อ่อนเพลีย • คลื่นไส้ หรือปวดท้อง อย่างไรก็ตาม ในบางรายอาการอาจรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดภาวะปอดอักเสบ หายใจลำบาก หรือไตวายเฉียบพลัน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน วิธีป้องกันตนเองจากไวรัสฮันตา การป้องกันสามารถทำได้ง่าย ๆ เริ่มจากการดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัว ได้แก่ • รักษาความสะอาดบ้านและสถานที่ทำงาน •…

สริมสร้างความพร้อมรับมือโรคระบาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เสริมสร้างความพร้อมรับมือโรคระบาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สภากาชาดสิงคโปร์และสภากาชาดไทยร่วมจัดโครงการ Pandemic Readiness Enhancement Program 2026 (PREP) หลักสูตร Practitioner’s Track ระหว่างวันที่ 11–15 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีเจ้าหน้าที่โครงการสุขภาพจากสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จำนวน 20 คน เข้าร่วม การฝึกอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการตอบสนองด้านมนุษยธรรมต่อการระบาดของโรคอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการรับมือกับโรคระบาดและโรคอุบัติใหม่ในอนาคต โดยมุ่งหวังให้สภากาชาดของแต่ละประเทศสมาชิกมีความพร้อมยิ่งขึ้น มีความร่วมมือที่เข้มแข็ง มีศักยภาพ และมีความมั่นใจในการรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่อาจเกิดขึ้น พิธีเปิดการอบรมเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ได้รับเกียรติจาก นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย และ นาย Benjamin William ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและเลขาธิการสภากาชาดสิงคโปร์ เป็นประธานร่วมในพิธี นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ผู้เข้าร่วมการอบรมยังได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานด้านการเตรียมความพร้อมของชุมชน ณ ศูนย์เด็กเล็ก วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย จังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจนศึกษาการดำเนินงานด้านการให้วัคซีน ณ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย

การป้องกันขณะเกิดแผ่นดินไหว

การป้องกันขณะเกิดแผ่นดินไหว

การป้องกันขณะเกิดแผ่นดินไหว   อย่าตื่นตกใจพยายามควบคุมสติ   หากอยู่ในบ้านให้ยืนหรือหมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักได้ และอยู่ห่างจากประตู ระเบียง หน้าต่าง   หากอยู่ในอาคารสูงควรตั้งสติรีบออกจากอาคารโดยเร็ว และหนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับ   ถ้าอยู่ในที่โล่งให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า ต้นไม้ ป้ายโฆษณา และสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ   อย่าใช้เทียนไขและไม้ขีดไฟ สิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟเพราะอาจมีแก๊สรั่วบริเวณนั้น   หากกำลังขับรถอยู่ให้หยุดรถในที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงบริเวณที่ลาดชั้น กูเขา หรือใกล้ชายฝั่งทะเล และอยู่กายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด