รู้ทันไวรัส ฮันตา ป้องกันโรคจากสัตว์ฟันแทะก่อนสายเกินไป

รู้ทัน “ไวรัสฮันตา” ป้องกันโรคจากสัตว์ฟันแทะก่อนสายเกินไป

หลายคนอาจมองว่า “หนู” เป็นเพียงสัตว์รบกวนภายในบ้านหรือสถานที่ทำงาน แต่ในความเป็นจริง สัตว์ฟันแทะเหล่านี้อาจเป็นพาหะนำโรคสำคัญที่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ หนึ่งในนั้นคือ “ไวรัสฮันตา” (Hantavirus) โรคติดเชื้อที่แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบการระบาด แต่ยังคงเป็นโรคที่ควรเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด ไวรัสฮันตาติดต่อได้อย่างไร เชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีหนูและสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะสำคัญ เชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลาย รวมถึงการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนเชื้อในอากาศ ซึ่งมักพบในพื้นที่อับทึบหรือบริเวณที่มีหนูอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยพื้นที่เสี่ยงที่ควรระมัดระวัง ได้แก่ ห้องเก็บของหรือโกดังที่ปิดทิ้งไว้นาน โรงนาและพื้นที่ทางการเกษตร บ้านร้างหรือมุมอับที่มีหนูอาศัยอยู่จำนวนมาก พื้นที่ที่มีมูลหนูสะสมและไม่ได้ทำความสะอาดเป็นเวลานาน อาการที่ควรสังเกต อาการเริ่มต้นมักคล้ายไข้หวัดทั่วไปทำให้หลายคนอาจละเลย โดยอาการที่พบได้ เช่น • ไข้สูง • ปวดศีรษะ • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ • อ่อนเพลีย • คลื่นไส้ หรือปวดท้อง อย่างไรก็ตาม ในบางรายอาการอาจรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดภาวะปอดอักเสบ หายใจลำบาก หรือไตวายเฉียบพลัน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน วิธีป้องกันตนเองจากไวรัสฮันตา การป้องกันสามารถทำได้ง่าย ๆ เริ่มจากการดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัว ได้แก่ • รักษาความสะอาดบ้านและสถานที่ทำงาน •…

สริมสร้างความพร้อมรับมือโรคระบาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เสริมสร้างความพร้อมรับมือโรคระบาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สภากาชาดสิงคโปร์และสภากาชาดไทยร่วมจัดโครงการ Pandemic Readiness Enhancement Program 2026 (PREP) หลักสูตร Practitioner’s Track ระหว่างวันที่ 11–15 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีเจ้าหน้าที่โครงการสุขภาพจากสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จำนวน 20 คน เข้าร่วม การฝึกอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการตอบสนองด้านมนุษยธรรมต่อการระบาดของโรคอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการรับมือกับโรคระบาดและโรคอุบัติใหม่ในอนาคต โดยมุ่งหวังให้สภากาชาดของแต่ละประเทศสมาชิกมีความพร้อมยิ่งขึ้น มีความร่วมมือที่เข้มแข็ง มีศักยภาพ และมีความมั่นใจในการรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่อาจเกิดขึ้น พิธีเปิดการอบรมเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ได้รับเกียรติจาก นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย และ นาย Benjamin William ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและเลขาธิการสภากาชาดสิงคโปร์ เป็นประธานร่วมในพิธี นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ผู้เข้าร่วมการอบรมยังได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานด้านการเตรียมความพร้อมของชุมชน ณ ศูนย์เด็กเล็ก วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย จังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจนศึกษาการดำเนินงานด้านการให้วัคซีน ณ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย

การป้องกันขณะเกิดแผ่นดินไหว

การป้องกันขณะเกิดแผ่นดินไหว

การป้องกันขณะเกิดแผ่นดินไหว   อย่าตื่นตกใจพยายามควบคุมสติ   หากอยู่ในบ้านให้ยืนหรือหมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักได้ และอยู่ห่างจากประตู ระเบียง หน้าต่าง   หากอยู่ในอาคารสูงควรตั้งสติรีบออกจากอาคารโดยเร็ว และหนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับ   ถ้าอยู่ในที่โล่งให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า ต้นไม้ ป้ายโฆษณา และสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ   อย่าใช้เทียนไขและไม้ขีดไฟ สิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟเพราะอาจมีแก๊สรั่วบริเวณนั้น   หากกำลังขับรถอยู่ให้หยุดรถในที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงบริเวณที่ลาดชั้น กูเขา หรือใกล้ชายฝั่งทะเล และอยู่กายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด

พัฒนาเยาวชนอาสา เสริมพลังสร้างสันติสุขในสังคม

สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย จัดโครงการพัฒนาอาสาสมัคร ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “ร่วมสร้างสันติสุขด้วยพลังเยาวชนอาสาสมัครกาชาด” ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2569 โดยมีผู้นำเยาวชนจำนวน 58 คน จากทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) และ สหพันธ์สภากาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเยาวชนอาสาสมัคร ส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการสร้างสันติสุขในชุมชนและสังคม ตามแนวคิด สันติสุขเริ่มต้นได้จากตัวเราเอง การอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน พิธีเปิดโครงการในวันที่ 29 เมษายน 2569 ได้รับเกียรติจาก ดร.อภิชาติ ชินวรรโณ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายการต่างประเทศ เป็นประธาน โดยมี นายแพทย์พินิจ กุลละวนิชย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย นางสุนันทา ศรอนุสิน ผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด Mr. Jürg Montani หัวหน้าสำนักงานภูมิภาคกรุงเทพฯ ICRC และ Mr.…

หมดโปรวันหยุดแต่ใจไม่หมดแรง

สู้แดดไม่สู้ตาย! 7 เคล็ดลับอัปเกรดความอึดให้คนทำงานกลางแดด

ในสภาวะอากาศของประเทศไทยที่ทวีความร้อนแรงขึ้นทุกขณะ กลุ่มอาชีพที่ต้องปฏิบัติงานกลางแจ้งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญที่อาจเผชิญกับภาวะวิกฤตทางสุขภาพจากความร้อน                     (Heat-related illnesses) เพราะร่างกายไม่ใช่เครื่องจักรที่เปลี่ยนอะไหล่ได้ง่าย การเตรียมความพร้อมและรู้วิธีป้องกันตนเองจึงเป็นทักษะสำคัญที่คนทำงาน “สู้ชีวิต” ทุกคนต้องมี เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน สภากาชาดไทยขอแนะแนวทางปฏิบัติเพื่อเซฟร่างให้พร้อมลุยแดด ดังนี้ เติมความสดชื่นด้วยน้ำและเกลือแร่ การดื่มน้ำสะอาดคือหัวใจสำคัญ ในช่วงที่อากาศร้อนจัดควรจิบน้ำบ่อยๆ ประมาณ 1 แก้ว ทุก 15-20 นาที เพื่อรักษาความสมดุลของเหลวในร่างกาย กรณีที่ต้องเสียเหงื่อปริมาณมากจากการใช้แรง     ควรเสริมด้วยเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อชดเชยแร่ธาตุที่สูญเสียไป เลี่ยงเครื่องดื่มที่กระตุ้นการขาดน้ำ ควรละเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด รวมถึงจำกัดปริมาณชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เนื่องจากเครื่องดื่มเหล่านี้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ซึ่งจะเร่งให้ร่างกายสูญเสียน้ำเร็วกว่าปกติ ปรับเครื่องแต่งกายให้เหมาะสม เลือกสวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน น้ำหนักเบา และเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ทรงหลวมไม่รัดรูปจนเกินไป อย่าลืมอุปกรณ์ป้องกันอย่างหมวกปีกกว้างหรือผ้าคลุมศีรษะ และที่สำคัญคือการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป โดยควรทาก่อนออกสัมผัสแสงแดดอย่างน้อย 30 นาที การปรับตัวของร่างกาย (Acclimatization) สำหรับผู้ที่หยุดพักงานกลางแจ้งไปนาน หรือเพิ่งเริ่มงานใหม่ ไม่ควรหักโหมในทันที ควรเริ่มจากงานเบาและค่อยๆ เพิ่มระดับความเข้มข้น เพื่อให้ระบบต่างๆ ในร่างกายมีเวลาปรับตัวให้ชินกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว วางแผนเวลาพักและทำงานเป็นทีม บริหารจัดการตารางงานโดยสลับช่วงเวลาทำงานกับการพักผ่อนในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก                หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนักในช่วงเวลาที่แดดจัดที่สุด…

Poster สู้แดดไม่สู้ตาย

หมดโปรวันหยุด แต่ใจไม่หมดแรง วิธีกู้ใจจากภาวะ Post-Vacation Blues

ผ่านพ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่เต็มไปด้วยความสุขและการพักผ่อน หลายคนอาจกำลังเผชิญกับความรู้สึกหม่นหมอง อ่อนล้า หรือความรู้สึกไม่อยากกลับไปเริ่มต้นภารกิจในชีวิตประจำวัน ภาวะนี้ถูกเรียกว่า “Post-Vacation Blues” หรือภาวะซึมเศร้าหลังหยุดยาว ซึ่งเป็นสภาวะทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้เมื่อเราต้องปรับเปลี่ยน “โหมดแห่งความสุข” กลับเข้าสู่ “โหมดแห่งความรับผิดชอบ” อย่างกะทันหัน ทำความเข้าใจ… ทำไมใจจึงว้าวุ่น? ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่มักมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลักๆ ดังนี้ ความเคยชินที่ขาดช่วง: ร่างกายและจิตใจยังจดจำความผ่อนคลายในช่วงวันหยุด ทำให้เกิดแรงต้านเมื่อต้องกลับมาเผชิญกับระเบียบวินัยเดิมๆ การปรับตัวไม่ทัน: การเปลี่ยนผ่านจากความอิสระมาสู่ความเร่งรีบในทันที อาจส่งผลให้ระบบประสาทและอารมณ์เกิดความเครียดสะสม ความรู้สึกโหยหา: การต้องจากลาครอบครัว เพื่อนฝูง หรือบรรยากาศที่คุ้นเคย ทำให้เกิดความรู้สึกว่างเปล่าหรือโดดเดี่ยว 3 แนวทาง “รีเซ็ตใจ” ให้กลับมาฟิต สภากาชาดไทยขอเชิญชวนทุกคนมาดูแลใจตัวเองด้วยวิธีง่ายๆ เพื่อให้การเริ่มต้นใหม่เต็มไปด้วยพลัง ใจดีกับตัวเองและให้เวลากับการปรับตัว อย่ากดดันตัวเองว่าต้องเริ่มงานด้วยความเร็วเต็มร้อยในวันแรก ลองอนุญาตให้ตัวเองค่อยๆ ปรับจังหวะอย่างมีสติ ใจดีกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น และยอมรับว่าความเหนื่อยล้าในช่วงแรกเป็นเรื่องธรรมดาของการเริ่มต้น ฟื้นฟูร่างกายด้วยการพักผ่อนที่มีคุณภาพ จิตใจที่เข้มแข็งต้องอาศัยร่างกายที่พร้อม การกลับมานอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยชาร์จพลังงานที่สูญเสียไปจากการเดินทางหรือการทำกิจกรรม ให้สมองพร้อมรับมือกับปัญหาและจัดการงานตรงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ค้นหา “ความสุขเล็กๆ” ในการทำงาน ลองลิสต์รายการสิ่งดี ๆ 3 อย่างที่ทำให้คุณอยากกลับมาทำงาน เช่น การได้เจอเพื่อนร่วมงานที่คุยสนุก เมนูอาหารกลางวันเจ้าโปรดใกล้ที่ทำงาน…

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบาตร เนื่องในโอกาสครบรอบ 133 ปี แห่งการสถาปนา สภากาชาดไทย

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบาตร เนื่องในโอกาสครบรอบ 133 ปี แห่งการสถาปนา สภากาชาดไทย

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบาตร เนื่องในโอกาสครบรอบ 133 ปี แห่งการสถาปนา สภากาชาดไทย วันนี้ (ศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานเสาวภา สภากาชาดไทย ในการนี้ทรงวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตรพระสงฆ์ร่วมกับคณะผู้บริหารและบุคลากรสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสวันสถาปนาสภากาชาดไทย ครบ 133 ปี . โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทแก่คณะผู้บริหารและบุคลากรของสภากาชาดไทย เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก จากนั้นทรงทอดพระเนตรวีดิทัศน์ “ใต้ร่มพระบารมี 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระราชกรณียกิจตลอดระยะเวลา 69 ปี ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงดำรงตำแหน่ง…

สภากาชาดไทยสนับสนุนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในอิหร่านและเลบานอน ผ่าน IFRC

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 สภากาชาดไทยได้อนุมัติและดำเนินการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จำนวน 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่าน และ กาชาดเลบานอน ผ่านการระดมทุนฉุกเฉินของสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) โดยมีวัตถุประสงค์ให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาค ทั้งนี้ ประเทศอิหร่านและเลบานอนได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางอาวุธที่ยืดเยื้อ ความไม่มั่นคง และแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมที่ซ้ำซ้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายล้านคน รวมถึงครอบครัวผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ พลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บ และกลุ่มเปราะบางอื่นๆ IFRC เปิดการระดมทุนฉุกเฉินเพื่อให้การสนับสนุนสภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่านและกาชาดเลบานอน ซึ่งได้ดำเนินงานด้านมนุษยธรรมเพื่อช่วยเหลือชีวิตและตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ การบริการแพทย์ฉุกเฉิน การปฐมพยาบาล และการสนับสนุนด้านการดูแลสุขภาพสำหรับผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยอาการวิกฤต นอกจากนี้ แผนปฏิบัติการยังรวมถึง การแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์ การให้ความช่วยเหลือด้านเงินสดและปัจจัยพื้นฐาน การสนับสนุนที่พักพิงฉุกเฉิน การดูแลด้านสุขภาพจิตและการสนับสนุนด้านจิตสังคม รวมถึงการส่งเสริมด้านน้ำ สุขาภิบาล และสุขอนามัย

สภากาชาดไทย ถวายพระพร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย 2 เมษายน 2569

สภากาชาดไทย ถวายพระพร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย 2 เมษายน 2569

สภากาชาดไทย ถวายพระพร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย 2 เมษายน 2569 นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสภากาชาดไทยและเจ้าหน้าที่ ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจแก่ สภากาชาดไทย อย่างมิได้เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ณ อาคารจักรพงษ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย