สภากาชาดไทยร่วมสนับสนุนโครงการรักษ์หัวใจเด็ก (น้อย) ข้ามโขง

คณะแพทย์จากประเทศไทย และ สปป. ลาว ในโครงการ “รักษ์หัวใจเด็ก (น้อย) ข้ามโขง” ร่วมออกหน่วยคัดกรองเด็กที่ป่วยเป็นโรคหัวใจจากประเทศลาว จำนวน 92 คน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 13-14 ตุลาคม 2566 ณ โรงพยาบาลมะโหสด นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งภายหลังจากนี้จะมีการทยอยส่งผู้ป่วยที่ผ่านการคัดกรองจำนวน 37 ราย ไปผ่าตัดรักษาที่ประเทศไทยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โครงการนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก มูลนิธิเกื้อฝันเด็ก รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข สปป. ลาว และโรงพยาบาลมะโหสด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจคัดกรองผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจจาก สปป. ลาวให้ได้รับการรักษาที่ประเทศไทย และเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ด้านการผ่าตัดหัวใจเด็กใน สปป. ลาว อีกทั้งส่งเสริมความร่วมมือในการรักษาโรคหัวใจเด็กใน สปป. ลาว อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ วันที่ 13 ตุลาคม 2566 นายเตช…

ประกาศ ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพ ตั้งกลุ่ม Line OpenChat เพื่อรับสมาชิกเข้ากลุ่มชื่อ “กลุ่มสมทบทุนบริจาคเพื่อการกุศลสร้างรายได้” และให้บริจาคเงินเพื่อรับค่าคอมมิชชั่นและชิงของรางวัล โดยแอบอ้าง ชื่อบัญชี “สภากาชาดไทย” ในการรับบริจาค

ประกาศ ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพ ตั้งกลุ่ม Line OpenChat เพื่อรับสมาชิกเข้ากลุ่มชื่อ “กลุ่มสมทบทุนบริจาคเพื่อการกุศลสร้างรายได้” และให้บริจาคเงินเพื่อรับค่าคอมมิชชั่นและชิงของรางวัล โดยแอบอ้าง ชื่อบัญชี “สภากาชาดไทย” ในการรับบริจาค สภากาชาดไทย ขอแจ้งว่าไม่มีนโยบายเปิดรับเงินบริจาคในลักษณะดังกล่าว จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังและอย่าหลงเชื่อเป็นอันขาด หากท่านประสงค์จะบริจาคเงินกับสภากาชาดไทย ต้องเป็นบัญชีในนามองค์กร “สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย” เท่านั้น ถ้าเป็น บัญชี ในนามบุคคล นาย นาง นางสาว คือมิจฉาชีพ ซึ่งสภากาชาดไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านใดพบเห็นความผิดปกติดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย 02-256-4440

สภากาชาดไทย วางพวงมาลาถวายบังคม เนื่องในวันนวมินทรมหาราช

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย วางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม 2566 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพฯ

สภากาชาดไทย เข้าร่วมจัดงาน “Sustainability Expo 2023”

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566 ดร.อภิชาติ ชินวรรโณ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นผู้แทนสภากาชาดไทย เข้าร่วมงาน “Sustainability Expo 2023” โดยจัดงานขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน – 8 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตามแนวคิด  “สมดุลที่ดี เพื่อโลกทีดีกว่า ”  Good Balance, Better World จัดโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และองค์กรชั้นนำจากหลายภาคส่วน จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ตอกย้ำแนวคิดหลักการจัดงาน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) สภากาชาดไทย องค์กรสาธารณกุศลระดับชาติที่มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย การบริการโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ได้ร่วมออกบูธจัดแสดงความยั่งยืนด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนามาจัดแสดง อาทิ การนำอากาศยานไร้คนขับUnmanned Aerial Vehicle…

ผู้แทนสภากาชาดไทยร่วมการประชุมผู้นำสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 20 ที่กัมพูชา

นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้แทนสภากาชาดไทยและอาสายุวกาชาดร่วมการประชุมผู้นำสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 20 ซึ่งมีสภากาชาดกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา ระหว่างวันที่ 21-22 กันยายน 2566 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้าง   ความร่วมมือและสนับสนุนงานด้านมนุษยธรรมระหว่างสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงในภูมิภาค ในการประชุมดังกล่าว เลขาธิการสภากาชาดไทยได้ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมในระเบียบวาระเรื่องการมีส่วนร่วมของสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในคณะกรรมาธิการบริหารสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) และได้นำเสนอความคืบหน้าของสภากาชาดไทยในการพิจารณาลงนามและจัดทำเป้าหมายสำหรับกฎบัตรว่าด้วยสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมสำหรับองค์กรด้านมนุษยธรรม รวมถึงให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือกับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ตามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MoU) ซึ่งอาเซียนลงนามกับ IFRC นอกจากนี้ยังได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ลี้ภัยจากความไม่สงบจากเมียนมาที่เข้ามาพักพิงชั่วคราวในประเทศไทย ในช่วงปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ ผู้แทนอาสายุวกาชาดจำนวน 2 คนจากสภากาชาดไทย คือ นายธีธัช ทิพย์โสดา และ นายพลพิสิฏฐ์   ฤทธิ์คำรพ ได้เข้าร่วมการประชุมเยาวชนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 2 (The 2nd SEA Youth Forum) ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนสามารถแบ่งปันความคิดเห็นและโครงการด้านมนุษยธรรมให้กับผู้นำสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดง ในโอกาสนี้ คณะผู้แทนสภากาชาดไทยยังได้เข้าพบสมเด็จกิตติวุฒิบัณฑิต บุน รานี ฮุนเซน ประธานสภากาชาดกัมพูชา และเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ สภากาชาดกัมพูชาด้วย

สภากาชาดไทยมอบเงินช่วยเหลือให้กับผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมในลิเบีย

สภากาชาดไทยอนุมัติเงินช่วยเหลือจำนวน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7 แสนบาท เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมในสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย ผ่านการระดมทุนของสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 พายุแดเนียลเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลิเบีย ทำให้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและบานปลายจนเกิดเหตุการณ์เขื่อน 2 แห่งในเมืองเดอร์นา (Derna) พังถล่ม ซึ่งส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้างต่อชุมชนใกล้เคียง  ทั้งนี้ จากรายงานของ IFRC เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 แจ้งว่ามีประชาชนเสียชีวิตกว่า 5,000 ราย สูญหายกว่า 10,000 ราย และมีผู้พลัดถิ่นกว่า 30,000 คน  นอกจากนี้ สภาพเมืองถูกน้ำพัดทำลาย ทำให้ที่พักอาศัย เครื่องอุปโภคบริโภค ระบบสาธารณสุข ระบบสาธารณูปโภคได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก  ซึ่งขณะนี้ IFRC และสภาเสี้ยววงเดือนแดงลิเบียกำลังดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาพ : Libyan Red Crescent

สภากาชาดไทยสนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและเปิดรับบริจาคให้กับผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในโมร็อกโก

สภากาชาดไทยอนุมัติเงินช่วยเหลือฉุกเฉินด้านมนุษยธรรมให้กับสภาเสี้ยววงเดือนแดงโมร็อกโก จำนวน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7 แสนบาท และเปิดรับบริจาคจากสาธารณชนเพื่อส่งเงินบริจาคเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในราชอาณาจักรโมร็อกโก เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2566 เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.8 แมกนิจูด ในเมืองมาร์ราเกช (Marrakesh) ราชอาณาจักรโมร็อกโก ซึ่งส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง  จากรายงานของสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 แจ้งว่า มีประชาชนกว่า 6 ล้านคนได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติดังกล่าว ในจำนวนนี้มีประชาชนอย่างน้อย 2,901 คนเสียชีวิต และบาดเจ็บ 2,562 คน  รวมไปถึงที่พักอาศัย เครื่องอุปโภคบริโภค ระบบสาธารณสุข ระบบสาธารณูปโภคได้รับความเสียหายอย่างมาก ขณะนี้สภาเสี้ยววงเดือนแดงโมร็อกโกกำลังร่วมมือกับ IFRC ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวดังกล่าว สำหรับผู้ที่ประสงค์จะบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย สามารถร่วมบริจาคได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ ร่วมบริจาคเงินผ่านบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ชื่อบัญชี “สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ” ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” เลขที่บัญชี 045-3-04637-0 ข้อสังเกต…

ผู้แทนของสภากาชาดและเสี้ยววงเดือนแดง 6 ประเทศ เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานที่สภากาชาดไทย

ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ผู้แทนด้านการจัดการภัยพิบัติของสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงจาก 6 ประเทศ ได้แก่ สภากาชาดกัมพูชา สภากาชาดเมียนมา องค์การกาแดงแห่งชาติลาว สภากาชาดเนปาล สภาเสี้ยววงเดือนแดงมัลดีฟ สภาเสี้ยววงเดือนแดงบังกลาเทศ และเจ้าหน้าที่ของ IFRC รวมทั้งหมด 10 ท่าน ได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาการดำเนินงานด้านการจัดการภัยพิบัติของสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์พร้อมเยี่ยมชมคลังสัมภาระผู้ประสบภัย และเยี่ยมชมสวนงู ทั้งนี้ พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์และนายอานนท์ เชิงชวโน ผู้อำนวยการสำนัก   วิเทศสัมพันธ์ ได้ร่วมให้การต้อนรับ Ms. Barbara Wibmer ผู้ประสานงานฝ่ายสนับสนุนการบริการและ     ความร่วมมือ IFRC และคณะ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทรงเข้าร่วมงานปาฐกถา “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” ครั้งที่ ๑๐

วันที่ 30 สิงหาคม 2566 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปยังวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ ทรงฟังปาฐกถา “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” ครั้งที่ 10 เกี่ยวกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ หัวข้อ “การป้องกันการพลัดถิ่นโดยไม่มีเหตุอันควร และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้พลัดถิ่นจากการสู้รบ” โดยมีนางสาวเซซิเลีย ฮีเมเนซ-ดามารี นักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศชาวฟิลิปปินส์ และอดีตผู้เสนอรายงานพิเศษของสหประชาชาติ ด้านสิทธิมนุษยชนของผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ เป็นผู้แสดงปาฐกถา ซึ่งงานครั้งนี้สภากาชาดไทยจัดขึ้นร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ได้กราบบังคมทูลถวายรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของงานปาฐกถา “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจของสภากาชาดไทยในฐานะสมาชิกขบวนการกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ  ในการส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศต่อสาธารณชน โดยจัดงานปาฐกถาขึ้นทุก 2 ปี ตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบันเป็นครั้งที่ 10 และเป็นโอกาสครบรอบ 20 ปี  ในโอกาสนี้มีผู้เข้าร่วมฟังปาฐกถากว่า 300 คน จากหน่วยงานราชการ คณะทูต องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร รวมถึงนักวิชาการและนักศึกษาจากสถาบันต่าง…

สภากาชาดไทยลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีระบุตัวตนของบุคคลที่ไม่มีเอกสารประจำตัวในประเทศไทย

วันที่ 15 สิงหาคม 2566 นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วย นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ปฏิบัติการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีระบุตัวตนของบุคคลที่ไม่มีเอกสารประจำตัวในประเทศไทย เพื่อการสาธารณสุขและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ส่งเสริมให้มีการประยุกต์ใช้งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมกับงานด้านสาธารณสุข ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคนในประเทศดียิ่งขึ้น โดยได้นำเอาเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าและลายม่านตา ด้วยระบบ Face Recognition และ Iris Recognition เข้ามาช่วยสนับสนุนทางการแพทย์ ในการบันทึกข้อมูลของผู้รับบริการฉีควัคซีน และยืนยันตัวตน ในการเข้ารับวัคซีน รวมทั้งสามารถนำไปต่อยอดในการทำงานด้านมนุษยธรรม โดยเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับการบริการสาธารณสุขของไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ในกลุ่มประชากรข้ามชาติที่อยู่ในประเทศไทย ณ ห้องประชุมแสงสุขเอี่ยม โรงพยาบาลนครท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร